การไม่มีหนี้ดีที่สุด

จากตอนที่แล้วที่เราทิ้งท้ายว่า สำหรับคนที่หลวมตัวสร้างหนี้ไปแล้ว และอยากสะสาง เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ยังมึนๆ ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ตอนนี้นิมีคำแนะนำมาฝากค่ะ

  1. รวบรวมหนี้

ต้องรู้ก่อนว่าเรามีหนี้อะไรบ้าง ยอดเท่าไหร่ ด้วยการทำลิสต์รายการหนี้สินที่มีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหนี้ในระบบ นอกระบบ หนี้มาก หนี้น้อย ต้องรวบรวมออกมาให้หมด

  1. จัดระเบียบหนี้

โดยหนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • หนี้ดี คือ หนี้ที่ทำให้เรามีความมั่งคั่งมากยิ่งขึ้น มีรายได้มากยิ่งขึ้น เช่น หนี้จากการทำธุรกิจ หนี้จากการกู้ซื้อบ้าน ซึ่งทำให้เรามีรายได้จากการทำธุรกิจมากขึ้น มีสินทรัพย์เพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้าน แต่การเป็นหนี้ที่ดีนั้น จะต้องไม่กระทบต่อเงินที่เอาไว้ใช้จ่ายประจำวัน หรือที่เรียกว่า “สภาพคล่อง” และจะต้องพิจารณาว่าเรามีความสามารถในการชำระหนี้ได้จนหมด โดยไม่กระทบต่อเงินในกระเป๋าที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน
  • หนี้เลว (ต้องตั้งชื่อให้ฟังดูแย่ไว้ก่อน เพื่อเป็นการเตือนสติว่าไม่ควรก่อหนี้กลุ่มนี้ขึ้นมา หรือถ้าก่อมาแล้วก็ต้องรีบกำจัดค่ะ) เกิดจากพฤติกรรมการใช้ หมายถึง หนี้เพื่อการอุปโภคและบริโภค เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใช้แล้วหมดไป เช่น เอาไปซื้อเสื้อผ้า โทรศัพท์ ทีวี เป็นต้น หนี้พวกนี้มักเป็นหนี้จากสินเชื่อบุคคล บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต ซึ่งปัญหาหนี้สินที่เกิดจากการไม่มีวินัยทางการเงิน โดยส่วนใหญ่จะเป็นหนี้จากส่วนนี้

การแยกหนี้ออกเป็น 2 กลุ่มแบบนี้ จะทำให้เห็นภาพชัดเจนค่ะว่า เราต้องจัดการกับหนี้กลุ่มไหนก่อน

  1. ลำดับการชำระหนี้

นำหนี้ในข้อ 2 มาจัดลำดับอีกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงก่อนหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยปกติ เช่น ถ้ามีเงินที่ต้องชำระหนี้ในจำนวนจำกัด ควรเลือกชำระหนี้ดอกเบี้ยปกติด้วยจำนวนเงินขั้นต่ำ แล้วนำเงินที่เหลือทั้งหมดไปชำระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า เพื่อเป็นการตัดภาระออกไปให้ได้มากที่สุด และในระยะยาวถ้าสามารถทำได้ให้กู้เงินจากแหล่งเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำมาปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง

  1. ไม่เพิ่มหนี้

ในระหว่างทยอยกำจัดหนี้เก่า ท่องให้ขึ้นใจว่า จะไม่ต้องสร้างหนี้ใหม่ด้วยนะคะ และจะยิ่งดีกว่านั้น ถ้าสามารถงดรายจ่ายฟุ่มเฟือยทั้งหมด แล้วนำเงินที่เคยใช้ในส่วนนี้ไปจ่ายชำระหนี้ ก็จะทำให้หนี้หมดเร็วขึ้น ซึ่งถ้าจะให้ดีที่สุด คุณต้องหาความฝันและเป้าหมายในชีวิตให้เจอ เพราะถ้าคุณมีฝัน และมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนมากพอ คุณจะรู้ได้เลยทันทีว่าการปลดหนี้ และการเก็บเงินให้ได้นั้น จะไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถอีกต่อไป

  1. อย่าผิดนัดการชำระหนี้

การชำระหนี้ล่าช้าเกินเวลาที่กำหนดไว้ อาจทำให้เราโดนค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงหนี้ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เราคาดไม่ถึง และทำให้มูลนี้เพิ่มขึ้นโดยเราไม่รู้ตัวก็เป็นได้

  1. ชำระหนี้ให้ครบถ้วน

แม้เราจะชำระหนี้ทันตามกำหนดเวลา แต่ถ้าชำระไม่ครบถ้วนตามจำนวนขั้นต่ำที่ระบุไว้ เราก็ยังต้องเสียค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ดังนั้นต้องหาเงินมาชำระหนี้ให้ครบถ้วนตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในใบแจ้งหนี้ด้วยนะคะ

 

 

 

 

วิธีการประหยัดไฟ

ช่วงเศรฐกิจแบบนี้ ค่าใช้จ่ายหลายๆครอบครัวก็คงเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ด้วย วันนี้เราจะพาไปดูวิธีการประหยัดไฟกันดีกว่า

  • ปิดสวิตช์ไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเมื่อเลิกใช้งาน
  • เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน ดูฉลากแสดงประสิทธิภาพทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ หากมีอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์  5 ต้องเลือกใช้เบอร์ 5
  •  ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่จะไม่อยู่ในห้องเกิน 1 ชั่วโมงสำหรับเครื่องปรับอากาศทั่วไป และ 30 นาที สำหรับเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5
  • ควรปลูกต้นไม้รอบๆ อาคาร เพราะต้นไม้ขนาดใหญ่ 1 ต้นให้ความเย็นเท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 ตัน หรือให้ความเย็นประมาณ 12,000 บีทียู
  • ควรปลูกต้นไม้เพื่อช่วยบังแดดข้างบ้านหรือเหนือหลังคา เพื่อเครื่องปรับอากาศจะไม่ต้องทำงานหนักเกินไป
  • เลือกซื้อพัดลมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานรับรอง เพราะพัดลมที่ไม่ได้คุณภาพ มักเสียง่าย ทำให้สิ้นเปลือง
  • หากอากาศไม่ร้อนเกินไป ควรเปิดพัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ จะช่วยประหยัดไฟ ประหยัดเงินได้มากทีเดียว
  •  ใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน ใช้หลอดผอมจอมประหยัดแทนหลอดอ้วน ใช้หลอดตะเกียบแทนหลอดไส้ หรือใช้หลอดคอมแพคท์ฟลูออเรสเซนต์
  •  ควรใช้สีอ่อนตกแต่งอาคาร ทาผนังนอกอาคารเพื่อการสะท้อนแสงที่ดี   และทาภายในอาคารเพื่อทำให้ห้องสว่างได้มากกว่า
  • ใช้แสงสว่างจากธรรมชาติให้มากที่สุด เช่น ติดตั้งกระจก หรือติดฟิล์มที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน แต่ยอมให้แสงผ่านเข้าได้เพื่อลดการใช้พลังงานเพื่อแสง  สว่างภายในอาคาร
  • ปิดตู้เย็นให้สนิท ทำความสะอาดภายในตู้เย็น และแผ่นระบายความร้อนหลังตู้เย็นสม่ำเสมอ เพื่อให้ตู้เย็นไม่ต้องทำงานหนักและเปลือง
  • ดึงปลั๊กออกก่อนการรีดเสื้อผ้าเสร็จ เพราะความร้อนที่เหลือในเตารีด ยังสามารถรีดต่อได้จนกระทั่งเสร็จ ช่วยประหยัดไฟฟ้า
  • ปิดโทรทัศน์ทันทีเมื่อไม่มีคนดู เพราะการเปิดทิ้งไว้โดยไม่มีคนดู เป็นการสิ้นเปลืองไฟฟ้าโดยใช่เหตุ แถมยังต้องซ่อมเร็วอีกด้วย
  • ใช้เตาแก๊สหุงต้มอาหาร ประหยัดกว่าใช้เตาไฟฟ้า เตาอบไฟฟ้าและควรติดตั้งวาล์วนิรภัย (Safety Value) เพื่อความปลอดภัยด้วย
  • หลีกเลี่ยงการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ต้องมีการปล่อยความร้อนเช่น กาต้มน้ำ หม้อหุงต้ม ไว้ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ
  • ซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และหมั่นทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่เสมอ จะทำให้ลดการสิ้นเปลืองไฟได้
  • อย่าเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ถ้าไม่ใช้งาน ติดตั้งระบบลดกระแสไฟฟ้าเข้าเครื่องเมื่อพักการทำงาน จะประหยัดไฟได้ร้อยละ 35-40และถ้าหากปิดหน้าจอทันทีเมื่อไม่ใช้งาน จะประหยัดไฟได้ร้อยละ 60
สีไหนใส่แล้วดี ประจำปี 2021

ความโชคดีไม่เข้าใครออกใคร แล้วจะทำยังให้โชคดีเข้ามาหาเรา วันนี้ เรามีรายชื่อสีเสื้อมงคลตามวันเกิดที่จะทำให้เงินทองไหลมาเทมา ดวงดีไม่มีใครสู้ได้ จะมีสีไหนบ้าง ไปดูกันเลย

สีเสื้อมงคลประจำวัน วันอาทิตย์

สีมงคลเสริมดวงการงาน

สีแดง, สีชมพู, สีแสด

สีมงคลเสริมดวงการเงิน โชคลาภ

สีเขียว , สีดำ, สีม่วง, สีน้ำตาลเข้ม

สีมงคลเสริมดวงความรัก เมตตา

สีดำ,สีเทา

สีมงคลเสริมดวงสุขภาพ

สีเหลืองอ่อน, สีครีม, สีขาว, สีเทาอ่อนๆ

สีกาลกิณี สีต้องห้าม

สีฟ้า, สีน้ำเงิน

————————————

สีเสื้อมงคลประจำวัน วันจันทร์

สีมงคลเสริมดวงการงาน

สีเหลืองอ่อน, สีขาว, สีเทา, สีเขียว

สีมงคลเสริมดวงการเงิน โชคลาภ

สีเหลืองเข้ม, สีส้ม, สีทอง, สีดำ

สีมงคลเสริมดวงความรัก

สีน้ำเงิน, สีฟ้า

สีมงคลเสริมดวงสุขภาพ

สีชมพู, สีโอลด์โรส

สีกาลกิณี สีต้องห้าม

สีแดง

————————————

สีเสื้อมงคลประจำวัน วันอังคาร

สีมงคลเสริมดวงการงาน

สีชมพู, สีม่วงเข้ม, สีน้ำตาลเข้ม,สีฟ้า หรือสีน้ำเงิน

สีมงคลเสริมดวงการเงิน โชคลาภ

สีดำ, สีส้ม

สีมงคลเสริมดวงความรัก

สีแดง, สีชมพูเข้ม

สีมงคลเสริมดวงสุขภาพ

สีเขียว ทั้งเขียวอ่อนและเขียวแก่

สีกาลกิณี สีต้องห้าม

สีครีม, สีขาว, สีเทาอ่อน

————————————

สีเสื้อมงคลประจำวัน วันพุธกลางวัน

สีมงคลเสริมดวงการงาน

สีเขียว, สีส้ม, สีทอง

สีมงคลเสริมดวงการเงิน โชคลาภ

สีฟ้า, สีน้ำเงิน, สีเทา

สีมงคลเสริมดวงความรัก

สีเหลืองอ่อน, สีเทาอ่อน, สีขาว

สีมงคลเสริมดวงสุขภาพ

สีดำ, สีม่วงเข้ม, สีน้ำตาลเข้ม

สีกาลกิณี สีต้องห้าม X

สีชมพู, สีแดงอ่อน

————————————

สีเสื้อมงคลประจำวัน วันพุธกลางคืน

สีมงคลเสริมดวงการงาน

สีดำ, สีเทาเข้ม, สีแดงสด, สีเขียว

สีมงคลเสริมดวงการเงิน โชคลาภ

สีชมพู, สีขาว หรือสีอ่อนๆ เช่นสีครีม สีเทาอ่อน, สีแดงอ่อนๆ

สีมงคลเสริมดวงความรัก

สีดำ, สีม่วงเข้ม, สีน้ำตาลเข้ม

สีมงคลเสริมดวงสุขภาพ

สีฟ้า, สีน้ำเงิน

สีกาลกิณี สีต้องห้าม

สีเหลืองเข้ม, สีส้ม หรือสีแสด, สีทอง

————————————

สีเสื้อมงคลประจำวัน วันพฤหัสบดี

สีมงคลเสริมดวงการงาน

สีส้ม, สีทอง, สีน้ำเงิน, สีฟ้า, สีชมพู

สีมงคลเสริมดวงการเงิน โชคลาภ

สีแดงสด, สีเหลืองอ่อน, สีขาว, สีเทาอ่อน

สีมงคลเสริมดวงความรัก

สีเขียว

สีมงคลเสริมดวงสุขภาพ

สีเทาอ่อน ไม่เข้ม ไม่ดำสนิท

สีกาลกิณี สีต้องห้าม

สีดำ, สีม่วงเข้ม, สีน้ำตาลเข้ม

————————————

สีเสื้อมงคลประจำวัน วันศุกร์

สีมงคลเสริมดวงการงาน

สีฟ้า, สีน้ำเงิน, สีขาว, สีเทาอ่อน, สีม่วงเข้ม, สีน้ำตาลเข้ม

สีมงคลเสริมดวงการเงิน โชคลาภ

สีชมพู, สีแดงอ่อนๆ, สีเขียว

สีมงคลเสริมดวงความรัก

สีส้ม, สีทอง, สีเหลืองเข้ม

สีมงคลเสริมดวงสุขภาพ

สีแดง หรือโทนสีแดงสด

สีกาลกิณี สีต้องห้าม

สีเทาเข้ม

————————————

สีเสื้อมงคลประจำวัน วันเสาร์

สีมงคลเสริมดวงการงาน

สีดำ, สีม่วงเข้ม, สีน้ำตาลเข้ม, สีขาว

สีมงคลเสริมดวงการเงิน โชคลาภ

สีฟ้า, สีน้ำเงิน, สีแดงสด

สีมงคลเสริมดวงความรัก

สีชมพู

สีมงคลเสริมดวงสุขภาพ

สีเหลืองเข้ม, สีส้ม, สีทอง

สีกาลกิณี สีต้องห้าม

สีเขียว

หลังจากที่รู้กันไปแล้วว่าสีไหนจะดีหรือไม่ดี เราก็สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำได้ แต่อย่าลืมน้า นี่คือความเชื่อส่วนบุคคล ไม่เชื่อก็ไม่ลบหลู่กันน้า

อาหารแก้แฮงค์

หนุ่มๆสาวๆคงเคยดื่มดื่มหนักไปหน่อยจนมีอาการพอตื่นเช้ามามึนตึบ วินเวียน บางครั้งหนักกว่านั้นถึงขั้นลุกไม่ขึ้นกันเลย อาการแบบนี้มาจากการผลของการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือเรียกว่าอาการ แฮงค์ สำหรับใครที่แฮงค์บ่อยๆ เรามีอาหารที่สามารถบรรเทาอาการเมาค้างได้มาฝาก ลองไปกินกันดูนะดื่มครั้งต่อไปจะได้มีการการแฮงค์น้อยลง

สตรอเบอร์รี่

ผลที่มีวิตามินสูงอย่างสตรอเบอรี่  ไม่ต้องเป็นสตรอเบอร์รี่ลูกโตๆ นำเข้าจากต่างประเทศก็ได้ เอาที่หาซื้อง่ายๆ ด้วยรสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ และวิตามินซี ที่อยู่ในสตรอเบอร์รี่ จะทำให้อาการเมาค้างของคุณทุเราลงได้ แต่หากไม่อยากกินแบบสดๆ เอาไปปั่นทำเป็นสมูทตี้ก็จะดีไม่น้อย ยิ่งผสมน้ำกีวีเข้าไปด้วย เขาว่ากันว่าสูตรนี้จะแก้เมาได้ดีมากๆ เลย

เครื่องดื่มวิตามิน

เครื่องดื่มประเภทนี้เดี๋ยวนี้หาซื้อได้ง่ายมากมีทั้งในร้านขายยาและร้านสะดวกซื้อ หากคุณรู้ตัวว่าจะต้องออกไปลั่นลาควรหาซื้อมาดื่มไว้ก่อนนะครับครับ เพราะเครื่องดื่มชนิดนี้จะมีวิตามินบีและวิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยลดอาการแฮงค์และอาการปวดหัวได้ โดยมีให้เลือกหลากหลายแบรนด์ด้วยกัน

ช็อคโกแลต

ถ้าที่บ้านบังเอิญไม่มีผลไม้ติดไว้เลย แต่มีช็อกโกแลต คุณสามารถแก้แฮงค์ได้ด้วยช็อกโกแลตเพราะด้วยคุณสมบัติทำให้สมองตื่นตัว กระฉับกระเฉง เมื่อกินเข้าไปก็เลยฟินเบาๆ อ๋อ เกือบลืมบอกไป ถ้าไม่อยากมานั่งแก้แฮงค์หลังปาร์ตี้หนักๆ ลองทาน ช็อกโกแลตปิดท้ายดูสิครับ เขาว่ามันช่วยให้ไม่แฮงค์ได้ดี

ขนมปังโฮลวีตหรือซีเรียล

ขนมปังโฮลวีต เป็นขนมปังที่อุดมไปด้วยธัญพืชนานาชนิด ถ้ากินยามเช้าหลังจากที่แฮงค์ จะช่วยดูดซึมแอลกอฮอล์ในร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าไม่มีขนมปังโฮลวีต ลองมองหาซีเรียลธัญญาหารมากินกับนมไขมันต่ำ ก็ถือเป็นการให้พลังงานที่ดีแก่ร่างกาย เพราะบ้างครั้งเรามึนเพราะร่างกายต้องการอาหารนั่นเอง

แตงโม

ผลไม้หาซื้อก็ง่ายมีทั้งที่ตลาด และซุปเปอร์มาเก็ต ใครรู้ตัวว่ายังไงก็ต้องไปปลดปล่อยนอกบ้าน ซื้อมาติดตู้เย็นไว้เลยนะครับ เพราะแตงโม มีสารสำคัญที่ชื่อ Citrulline ในเนื้อ และในเม็ด มีสรรพคุณ ช่วยแก้กระหายน้ำและ ถอนพิษสุรา ร้อนๆ มึนๆ ดับด้วย แตงโมแช่เย็น

น้ำสมุนไพรไทย

ถ้าเกิดอาการคลื่นใส้อยากอาเจียน ลองชงน้ำขิงดื่มดู เดี๋ยวนี้เขามีขิงผงสำเร็จรูปขายกันเยอะแยะ นอกจากนี้น้ำกระเจี๊ยบ สมุนไพรของไทยเรานี่ก็ช่วยได้ ดื่มน้ำกระเจี๊ยบเย็นๆ รสเปรี้ยวชุ่มฉ่ำ ช่วยให้ร่างกายสดชื่นได้ไม่ยาก หรือถ้ายังไม่หายล่ะก็แนะนำ น้ำเก็กฮวย ถ้าโลกหมุน ปวดและวิงเวียนศีรษะ เพราะเก็กฮวยมีสรรพคุณช่วยลด อาการปวดเวียนได้

นี่ก้เป็นเพียงอาหารที่มีส่วนช่วยให้แก้อาการแฮงค์เพียงเท่านั้น ทางที่ดีเราควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะพอดีจะส่งผลต่อสุขภาพที่ดีแล้วไม่ต้องปวดหัวอย่างแน่นอน

 

 

เทคนิคการออมเงินแบบงอกเงย

มีวิธีออมเงินแบบมืออาชีพ เพียงแค่เพิ่มเทคนิคนิดหน่อยก็ได้ทั้งดอกเบี้ย แถมเหลือเงินไปลงทุนในรูปแบบอื่นๆ เพื่อได้ผลตอบแทนมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันยังมีการลงทุนในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบการลดหย่อนภาษี เงินปันผล รางวัล และอื่นๆ ที่ได้ความคุ้มค่าและมั่นคงในระยะยาวเราจะมาบอกวิธีออมเงินแบบงอกเงยกันไปดูกันได้เลย

อย่าออมเงินผิดที่ เลือกฝากเงินกับบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยสูง

การออมเงินของคนไทยกระจุกตัวอยู่ที่เงินฝากธนาคารกว่า 80% และเกินครึ่งเป็นเงินฝากออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำ ดังนั้น จึงควรเลือกบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูง ไม่มีเงื่อนไข วัตถุประสงค์เพื่อฝากเงินในจำนวนที่น้อยกว่า แต่ได้ผลตอบแทนที่มากกว่า และนำเงินส่วนที่เหลือไปต่อยอดกับการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งมีอีกหลากหลายวิธี เช่น

เลือกบัญชีฝากประจำแบบปลอดภาษี  เป็นเงินฝากประจำที่ช่วยจัดระเบียบวินัยการออม เพราะกำหนดให้เราฝากประจำทุกเดือน เป็นจำนวนที่เท่าๆ กัน เมื่อฝากครบกำหนดจะได้รับเงินก้อนพร้อมดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากทั่วไป นับว่าเป็นการเริ่มต้นลงทุนที่ง่ายและปลอดภัย แต่มีข้อจำกัดคือ จะต้องฝากเงินตามที่กำหนดทุกเดือน และต้องรอจนครบกำหนดระยะเวลาถึงจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่กำหนด

ไม่ลืมผลตอบแทนในรูปแบบของการลดหย่อนภาษี  นอกเหนือจากดอกเบี้ยบัญชีเงินฝากแล้ว อาจต้องมองหาทางเลือกอื่นอีก เน้นสร้างผลตอบแทนในระยะยาว และยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย อย่างเช่น กองทุนรวมหุ้นระยะยาว  และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ  ทั้ง 2 กองทุนสามารถซื้อได้สูงสุด 15% ของเงินได้ทั้งปี สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

แบ่งเงินไปลงทุนในสลากออมทรัพย์ เพิ่มดอกเบี้ย ลุ้นรางวัลใหญ่    เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออม ข้อดีของสลากประเภทนี้คือ เงินต้นไม่สูญ มีโอกาสถูกรางวัล ซึ่งรางวัลใหญ่ไม่น้อยหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล และยังได้รับดอกเบี้ยด้วย ซึ่งผู้ที่สนใจควรทำความเข้าใจในสลากของแต่ละธนาคารให้ดีก่อนตัดสินใจ เนื่องจากสลากที่ขายมีความแตกต่างกันทั้งมูลค่าต่อหน่วย รวมถึงเงินรางวัล และรายละเอียดต่างๆ

หักเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบเต็มแม็กซ์    สำหรับพนักงานบริษัทเอกชนที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะนำให้บริษัทหักเงินสะสมเข้ากองทุนแบบเต็มสิทธิเพื่อเป็นการออมเงินอัตโนมัติ และยังเป็นเงินเก็บในระยะยาว แถมยังได้เงินสมทบจากนายจ้างอีกเท่าตัว ไว้เป็นเงินก้อนใหญ่ โดยไม่ต้องกังวลตอนเกษียณอายุด้วย

ฝากเงินเพื่อรับปันผล กับสหกรณ์ออมทรัพย์   ถ้าหากที่ทำงานของเรานั้นมีสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยผลตอบแทนที่ได้รับนั้นจะมาจากเงินปันผลในแต่ละปี ซึ่งอัตราผลตอบแทนนั้นดีกว่าเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารและกองทุนตราสารหนี้ แต่อย่าลืมตรวจสอบการบริหารงานและการจัดการสหกรณ์ที่เราจะลงทุนด้วย เพื่อการลงทุนที่ปลอดภัย

ซื้อประกันสะสมทรัพย์ ได้ทั้งเงินคืนต่อปี ลดหย่อนภาษี และความคุ้มครองชีวิต    การลงทุนนี้ เป็นการซื้อความคุ้มครองพร้อมทั้งออมเงินไปในตัว และยังสามารถลดหย่อนภาษีได้ด้วย ซึ่งการออมเงินจะจ่ายเบี้ยเป็นรายปี รายเดือน ตามระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ในสัญญา โดยผู้ถือกรมธรรม์สามารถเลือกได้ว่าจะออมกี่ปี เช่น ส่งเบี้ย 5 ปี คุ้มครองชีวิต 10 ปี หรือส่งเบี้ย 9 ปี คุ้มครองชีวิต 15 ปี เป็นต้น

วิธีออมเงินที่รวบรวมมาให้นี้ แต่ละรูปแบบมีทั้งข้อดี มีความเสี่ยง และผลตอบแทนแตกต่างกันไป แค่นี้เงินของเรางอกเงยแล้ว

รักที่ควรเลิก

ผู้ชายสมัยนี้มีน้อยก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราควรทนจมอยู่กับความทุกข์ ความเสียใจแบบถอนตัวไม่ขึ้นหรอกนะ เพราะหากเรารักตัวเองมากพอ เราสมควรที่จะได้ความรักดีๆ กลับคืนมาเช่นกัน แต่ถ้าคุณกำลังมีรักแบบผิดๆ เรามาดูรักที่ควรเลิกกันดีกว่า

1. รักที่ไม่มีอิสระ

สาวๆ ต้องไม่ลืมนะคะว่าชีวิตนี้เป็นของคุณ คุณมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ตามต้องการ ดังนั้นหากคนรักของคุณจู่ๆ มาทำตัวประหนึ่งเป็นเจ้าชีวิตของคุณ ชอบตั้งเงื่อนไข และชอบบงการให้คุณทำนู่นทำนี่มากมาย ชอบอวดเก่งอวดฉลาด ห้ามในสิ่งที่คุณต้องการ ซ้ำยังโยนเรื่องงานบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิง และไม่คิดจะช่วย แน่นอนว่าถ้าคุณเลือกผู้ชายประเภทนี้มาเป็นแฟน หรือเป็นสามีล่ะก็ มันจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัด แนะนำว่ารักแบบนี้ควรลาขาดให้ไวเลยค่ะ จงจำไว้ว่าตัวเราเท่านั้นที่จะบงการตัวเราเองได้

2. รักแบบไม่ลืมหูลืมตา

รักแบบไม่ลืมหูลืมตา ก็คล้ายๆ กับคำว่ารักมากจนเกินพอดี ความรักแบบนี้เข้าข่ายหลอกตัวเองให้เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ เพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้ความไม่ดีของอีกฝ่าย และจะคอยหลอกตัวเองว่าเขารักเราคนเดียว  ถ้าขืนหลอกตัวเองซ้ำๆ แบบนี้คงไม่ดีแน่ สิ่งที่อยากที่บอกคือ คุณต้องลืมตา ลืมตาขึ้นมาพบกับความจริง ไม่ว่าความจริงจะโหดร้ายเพียงใด แต่ถ้ามันสวนทางกันทุกอย่างก็เปลี่ยนความคิดและลาขาดไปเลย เพราะคนรักกันเขาต้องซื่อสัตย์และไม่ทำร้ายจิตใจซึ่งกันและกัน ฉลาดรักให้ไวจะได้ไม่เจ็บนาน

3. รักแบบเดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก

หากมีความรู้สึกว่าวันนี้อยากอยู่กับคนที่รัก อีกวันรู้สึกไม่อยากอยู่กับคนคนนี้ต่อไปแล้ว แต่ก็ยังคงต้องอยู่ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง ชีวิตก็จะวนลูปอยู่กับการอยากจะรักอยากจะเลิก ทำให้เกิดเหตุการณ์การบอกเลิกกันบ่อยๆ การท้าทายหรือบอกเลิกกันบ่อยๆ ไม่ใช่สิ่งดีแน่ค่ะ ถ้าอยู่กันแล้วไม่สบายใจก็ต้องลดความสัมพันธ์ลงค่ะ จะได้ไม่ต้องเจอกับปัญหาเดิมๆ แบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อตัดสินใจแบบนี้คุณอาจจะเสียใจร้องไห้ฟูมฟายในช่วงแรกก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ต้องมานั่งบอกใครว่าเราแข็งแกร่ง เพียงแค่รีบทำความเข้าใจกับรูปแบบของอาการเศร้าที่ว่าไว้สักหน่อย แต่เชื่อเถอะเอาเข้าจริงเมื่อเวลานั้นมาถึงไม่ว่าคุณจะเจ็บสักแค่ไหนก็เจ็บทีเดียวค่ะ ไม่ต้องเจ็บซ้ำ ซากๆ แบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

รักที่ควรเลิก

4. รักนะแต่ทำไม่ได้

ถ้าได้คนประเภทนี้เป็นสามี รับรองว่าชีวิตดิ่งลงเหวแน่ๆ อย่าลืมว่าคุณต้องสร้างอนาคตร่วมกัน แต่แค่อนาคตจากคำพูดคุณยังหาไม่ได้เลย ที่สำคัญการคบคนประเภทนี้จะทำให้คุณไม่รู้ถึงคุณค่าของตัวเองมากขึ้นทุกที เพราะคนลักษณะนี้ พร้อมจะหลีกหนีปัญหา และปล่อยให้คุณเดียวดายได้ตลอดเวลา

5. รักที่ไม่มีเวลา

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นชายหนุ่มที่ดีพร้อมไปทุกด้านและเหมาะสมกับเราทุกอย่าง ทั้งหน้าที่การงาน หน้าตา และฐานะ แต่ถ้าเขาไม่มีเวลาให้กับเรา หรือครอบครัวเลย จะไปเที่ยว หรือกินข้าวนอกบ้านกันสักครั้งก็ต้องนัดแล้วนัดอีก นัดแล้วเท อ้างว่าทำงานหนักจนไม่มีเวลา ถ้าเจอแบบนี้บ่อยๆ ก็เลิกเถอะ เพราะความสุขจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่ฐานะการเงินที่มากมาย หรือตำแหน่งหน้าที่การงานดีๆ แต่การไม่มีเวลาให้แฟนหรือครอบครัวเลย คุณต้องกินข้าวคนเดียว เที่ยวคนเดียว ตัดสินใจเองคนเดียว อย่างนี้จะมีความสุขได้อย่างไร

การล้างรถให้ถูกวิธี

การล้างรถยนต์ ด้วยตัวเอง ถือเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาว่างหรือวันหยุดเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้คุณได้ผ่อนคลาย ได้ออกกำลังกาย

ที่สำคัญยังช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการล้างรถยนต์  ให้คุณมีเวลาว่างได้ใส่ใจ ดูแลรถยนต์ ของคุณอย่างเป็นพิเศษอีกด้วย

การล้างรถยนต์ทั่วไป

อุปกรณ์ที่ใช้ในการขัดเช็ดถูอาจจะก่อให้เกิดรอยขีดข่วนหรือรอยขนแมวขึ้นบน หากคุณมีเวลาที่จะล้างรถด้วยตัวเองจะช่วยให้คุณสามารถ ดูแลรักษาผิวรถยนต์

ไม่ให้เกิดรอยได้อย่างดีที่สุด วันนี้เรามีคำแนะนำ การล้างรถยนต์ที่ถูกวิธีไปดูกัน

ขั้นตอนการเตรียมพร้อม

จอดรถในที่ร่ม ไม่ควรล้างรถกลางแดด  จอดรถยนต์ในที่ร่ม และที่สำคัญ ต้องไม่ล้างรถกลางแดด เพราะจะทำให้ผิวรถยนต์ ร้อนและแห้งเร็ว ซึ่งจะเกิดคราบน้ำบนผิวรถ

เตรียมอุปกรณ์ล้างรถ ดังนี้

ถังน้ำสำหรับใส่น้ำยาล้างรถและซักผ้าหรือล้างฟองน้ำ

ฟองน้ำ หรือ ผ้าล้างรถ

แปรงพลาสติกขัดสำหรับขัดยางรถ

ผ้าไมโครไฟเบอร์

เตรียมผสมน้ำยาล้างรถ

ผสมน้ำยาล้างรถกับน้ำเปล่าในปริมาณที่เหมาะสม และเตรียมถังน้ำเปล่าสำหรับล้างฟองน้ำให้พร้อม

ขั้นตอนการล้างรถอย่างถูกวิธี

ฉีดน้ำเพื่อขจัดคราบสกปรก การฉีดน้ำเพื่อขจัดคราบสกปรก ช่วยให้ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่อยู่บนผิวรถยนต์อ่อนตัวลงโดยฉีดน้ำทั้งคันไล่จากบนหลังคารถ ลงมาด้านข้างของรถ ล้างส่วนล้อรถยนต์ก่อน ล้อรถมักจะเป็นส่วนที่สกปรกที่สุด จึงควรจะล้างส่วนล้อรถยนต์ให้สะอาดก่อน  เพื่อที่สิ่งสกปรกจากล้อจะได้ไม่กระเด็นไปโดนส่วนผิวรถหากล้างล้อรถยนต์เป็นลำดับสุดท้าย ขณะที่กำลังล้างล้อรถยนต์ จะทำให้ผิวรถอาจจะแห้งเอง และจะทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวรถได้ เริ่มต้นล้างรถ จากบนหลังคารถ ลงมาด้านข้างของรถ  ก่อนจะเริ่มขัดผิวรถ ให้แช่ผ้าหรือฟองน้ำล้างรถในน้ำยาที่ผสมไว้แล้วก่อน แล้วค่อยนำมาขัดทำความสะอาดผิว ไม่ควรออกแรงขัดมากเกินไป เพราะจะทำให้รถยนต์เกิดรอยขีดข่วนหรือทำให้สีรถยนต์เสียหายได้ ล้างสิ่งสกปรกออกจากฟองน้ำ หรือผ้าที่ใช้ล้างรถบ่อยๆ ผ้าล้างรถไมโครไฟเบอร์ เป็นที่นิยมมากกว่าฟองน้ำ เนื่องจากโอกาสที่จะเกิด รอยขีดข่วน หรือ รอยขนแมวบนผิวรถ มีน้อยกว่า  เพราะฟองน้ำล้างรถอาจจะมีเศษฝุ่นเม็ดทรายเล็กๆ ติดอยู่ตามตามรูพรุนของฟองน้ำได้ ดังนั้นหากใช้ฟองน้ำ จะต้องล้างทำความสะอาดฟองน้ำบ่อยๆ

หลังจากล้างน้ำยาแต่ละส่วนเสร็จ ให้ฉีดน้ำล้างน้ำยาล้างรถออกให้หมด  ไม่ควรปล่อยให้น้ำยาล้างรถแห้งบนผิวรถ เพราะจะทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวรถควรทำแบบนี้ทุกครั้ง เมื่อล้างเสร็จทั้งคันแล้ว ให้ล้างน้ำเปล่าซ้ำอีกครั้ง  ควรให้รถเปียกทั้งคันขณะล้างรถ ขณะที่ล้างควรให้ผิวรถยนต์ทั้งคันเปียกน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดคราบน้ำบนผิวรถล้างช่วงล่างเป็นลำดับสุดท้าย  ล้างช่วงล่างเป็นลำดับสุดท้าย  เช็ดรถให้แห้งด้วย ผ้าไมโครไฟเบอร์ หลังจากล้างรถ ควรเช็ดทุกผิวรถให้แห้ง เพื่อป้องกันการเกิดสนิม

 

เทคนิคดูแลห้องน้ำ

แน่นอนว่าการทำความสะอาดบ้านเป็นอะไรที่บ้านใหนๆต้องใส่ใจอย่างแน่นอนแต่ก็ที่พลาดไม่ได้น่าจะเป็นห้องน้ำ ที่เราลงรายละเอียดกันวันนี้เราจึงจะมานำเสนอเทคนิคดูแลห้องน้ำ มาฝากกัน ไปดูกันเลย

อันดับแรกพื้นห้องน้ำใช้ผ้าเช็ดพื้นถูพื้นห้องน้ำให้หมาดหรือแห้งทุกครั้งหลังใช้งาน หรือเปิดประตูหน้าต่างห้องน้ำไว้ให้พื้นแห้ง เป็นการลดกลิ่น ป้องกันการหมักหมมได้ดี ถ้าหากร่องยาแนวมีสีดำขึ้น ให้ใช้น้ำเปล่า กับน้ำส้มสายชู ใส่ขวดสเปรย์แล้วฉีดทิ้งไว้ ใช้ฟองน้ำบิดน้ำหมาดๆ เช็ดอีกครั้ง

คราบหินปูนบนกระเบื้อง จัดการได้โดยใช้เกรียง ค่อยๆ แซะคราบหินปูนออกจนหมด แล้วเช็ดด้วยน้ำส้มสายชู หรือน้ำยาทำความสะอาดพื้น หากยังติดแน่น ลองใช้ผงคลอรีนที่ใช้ฆ่าเชื้อมาละลายน้ำเจือจาง ราดทิ้งไว้แล้วล้างออกแล้วลองขูดใหม่

ควรทำความสะอาดห้องน้ำทั้งพื้นและผนังเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ ครั้ง โดยเลือกใช้น้ำยาที่เหมาะสำหรับทำความสะอาดห้องน้ำ โดยที่ไม่ทำลายพื้นผิวของกระเบื้องหรือร่องยาแนว ผนังห้องน้ำหลังใช้ห้องน้ำทุกครั้ง ฉีดน้ำทำความสะอาดผนังก่อนทีคราบสบู่จะแห้งเป็นคราบฝังแน่น

แต่ถ้าเป็นคราบฝังแน่นหรือทำความสะอาดยากแล้ว ให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำ และใช้ผ้าชุบแล้วเช็ดผนังบริเวณที่มีคราบสบู่ ล้างด้วยน้ำสะอาด และใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้ง หากยาแนวสีขาวแล้วเกิดจุดดำ ให้ใช้ยาสีฟันสูตรไวท์เทนนิ่งกับแปรงสีฟันเก่าๆ มาขัดออก

ส่วนที่เป็นกระจกคราบจาก สบู่ แชมพูสระผม โฟมโกนหนวด ยาสีฟันจากการแปรงฟัน ผลิตภัณฑ์พวกนี้ แม้จะละลายน้ำง่าย แต่หากสกปรกควรรีบเช็ดด้วยผ้าก่อนจะแห้งติด หากสกปรกมากจนเช็ดด้วยน้ำธรรมดาไม่ออก ให้ใช้น้ำยาเช็ดกระจก และใช้กระดาษหนังสือพิ มพ์ขัดให้สะอาด

หากกระจกหมองจากละอองน้ำและคราบไขมัน ให้เอาน้ำสบู่ผสมกับน้ำส้มสายชู นำผ้านุ่มๆ ชุบแล้วบีบให้หมาด เช็ดถูเบาๆ หรือใช้แอลกอฮอล์ ผสมน้ำหรือใช้น้ำยาเช็ดกระจกเช็ดรอยคราบออก

ประตูกั้นห้องอาบน้ำที่ทำด้วยกระจกหรือพีวีซี มักมีรอยด่างดำจากคราบสบู่ แก้ไขได้โดยเช็ดด้วยน้ำยาเช็ดกระจก และเช็ดคราบน้ำออกด้วยฟองน้ำหลังอาบน้ำทุกครั้ง

เฟอร์นิเจอร์และชั้นเก็บของในห้องน้ำตู้เก็บของเปิดออกมาเช็ดด้วยผ้าหมาด ทุกซอกทุกมุม ดูแลให้สะอาดและแห้งเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

เช็ดขวดบรรจุภัณฑ์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง อย่าให้เป็นแหล่งอาหาร และที่อยู่ของแมลง โดยเฉพาะที่รองสบู่ต้องขัดล้างคราบสบู่เสมอไม่ให้เป็นคราบสะสม

ชั้นวางผ้า ที่แขวนผ้าเช็ดตัว เช็ดให้สะอาด และใช้สำหรับผ้าที่ซักแล้วมาวางเพื่อรอใช้เท่านั้น ไม่ควรตากผ้าทิ้งไว้ที่ชั้นวางผ้าในห้องน้ำ

หากโถสุขภัณฑ์เป็นคราบปัสสาวะฝังแน่น ให้กดน้ำชักโครติดต่อกัน 2-3 ครั้ง จากนั้นใช้น้ำยาซักผ้าขาวเข้มข้นเทลงไป ใช้แปรงขัดแล้วล้างออกด้วยน้ำอีกครั้ง คราบก็จะหายไป แต่หากเป็นคราบหินปูนฝังแน่น ใช้น้ำส้มสายชูราดให้ทั่วแทน

กลิ่นเป็นส่วนหนึ่งของห้องน้ำสะอาด ป้องกันและดับกลิ่นโถปัสสาวะง่ายๆ ด้วยสเปรย์ดับกลิ่นทำเอง สำหรับอ่างล้างหน้านำผ้าสะอาดชุบน้ำส้มสายชูเล็กน้อย ถูให้ทั่วบริเวณพื้นผิวของอ่าง แล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ จากนั้นค่อยล้างด้วยน้ำสะอาด

การทำความสะอาดที่ปลอดภัยต่ออ่างล้างหน้า ไม่ทำให้สีซีด หรือผุกร่อน ทำได้โดยนำผงบอแรกซ์ปริมาณครึ่งถ้วยเล็ก ผสมน้ำมะนาวครึ่งลูกคนให้เข้ากัน และนำฟองน้ำมาชุบส่วนผสม นำไปขัดให้ทั่วอ่าง อ่างล้างหน้าก็จะสะอาดหมดจด

อ่างอาบน้ำหลังอาบน้ำ ต้องเช็ดล้างคราบสบู่ทันที และล้างทำความสะอาดทุกครั้ง ถ้ามีคราบดำ ใช้สบู่ อย่างอ่อนกับฟองน้ำขัดล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง อย่าให้มีน้ำขังอยู่ในอ่าง เพราะคราบสบู่จะสะสมฝังแน่นอย่างรวดเร็ว

ดูแลการระบายน้ำอย่าให้อุดตัน ก๊อกน้ำดูเเลรักษาผิวเคลือบของก็อกน้ำ ควรทำความสะอาดบ่อยๆ เเละสม่ำเสมอ ตัวก๊อกควรใช้น้ำยารักษาผิวโครเมี่ยม ทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งเพื่อรักษาผิวให้เงางามอยู่เสมอ

คราบหมองบนก๊อกน้ำมักมาจากคราบไขมัน วิธีทำความสะอาดง่ายๆ เพียงเช็ดด้วยน้ำส้มสายชูที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ล้างคราบไขมัน ให้ก๊อกน้ำสะอาดมันวาวเหมือนใหม่แล้ว หรืออาจจะใช้มะนาวหั่นครึ่ง ค่อยๆ ถูก ก็จะได้กลิ่นสดชื่นเพิ่มขึ้นด้วย

ฝักบัวอาบน้ำทำความสะอาดหัวฝักบัวโดยผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำอุ่น โดยแช่ไว้ในถุงพลาสติกรัดปากถุงทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดเช็ดด้วยผ้าสะอาดให้แห้ง

สายฉีดชำระสายชำระเป็นจุดรวมเชื้อโรคและสกปรกที่สุด วิธีทำความสะอาดคือ ใช้สก๊อตไบรท์ขัดถูบริเวณ รูสายชำระ

ทำความสะอาดง่ายๆ ก่อนใช้งานทุกครั้ง โดยควรฉีดน้ำออกจากสายชำระก่อนสักเล็กน้อย จากนั้นจึงใช้กระดาษทิชชูเช็ดให้แห้งและฉีดน้ำอีกทีก่อนใช้งานตามปกติ

ห้องน้ำในบ้านสวยอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องสะอาดด้วยนะ หากมีเวลาจำกัดในเรื่องการทำความสะอาด ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ได้

 

กินเค็มเสี่ยงตาย

ใครหลายๆคนคงเคยชินกับการกินรสเค็มเป็นรสชาติที่ทําให้อาหารอร่อยขึ้นจนหลายคนเผลอใจติดรสเค็มโดยไม่รู้ตัว รสเค็มมาจากเกลือ หรือที่รู้จักกันดีคือ โซเดียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความจําเป็นต่อร่างกาย โดยโซเดียม จะทําหน้าที่ควบคุมความสมดุลของของเหลวในร่างกาย รักษาระดับความดันโลหิตรวมทั้งช่วยในการทํางานของประสาทและกล้ามเนื้อ โซเดียมมีในอาหารเกือบทุกชนิด มีในอาหารธรรมชาติ ดังนั้นในชีวิตประจําวันแม้จะไม่ได้ปรุงอาหารเพิ่มเราก็ได้รับโซเดียมจากอาหารธรรมชาติแล้วประมาณ โดยใน 1 วันร่างกายไม่ควรรับโซเดียมเกิน 2,000 มิลลิกรัม การกินอาหารเค็มมากเกินไปมีผลต่อสุขภาพ ทําให้เสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งทําให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา

กินเค็ม เสี่ยงตาย

พบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมองใหญ่เพิ่มขึ้น และสถาบันโรคไต พบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง 8 ล้านคน และยังมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 10,000 คน ซึ่งโรคกลุ่มนี้เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องกินอาหารรสเค็มจัดเป็นประจํา คือ บริโภคอาหารที่มีเกลือหรือโซเดียมสูง โดยเฉพาะจากเครื่องปรุงรสเค็ม ได้แก่ เกลือ น้ำปลา กะปิ ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส ผงชูรส และผงปรุงรสต่างๆ รวมทั้งพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปนิยมอาหารจานด่วน อาหารสําเร็จรูปแช่แข็ง อาหารกึ่งสําเร็จรูป

ปรับพฤติกรรมการกินเค็ม

หากคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือกินอาหารที่รสไม่เค็มเป็นประจํา อยู่แล้ว แต่ว่าโซเดียมนั้นไม่มีรสเค็มจัดเหมือนเกลือเสมอไป เพราะยังมีโซเดียมที่แฝงในเครื่องปรุงจําพวก ผงชูรส ผงปรุงรส ซุปก้อน ผงฟูที่ใช้ทําขนมปัง และสารกันบูดต่างๆ เป็นไปได้ว่าทุกคนล้วนมีโอกาสที่จะได้รับปริมาณโซเดียมเกินความต้องการของร่างกาย โดยไม่รู้ตัวแต่ผลกระทบที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ แต่ถ้าหากเกิดขึ้นแล้วจะบั่นทอนทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิตทําให้ขาดความสุขในการดําเนินชีวิตไป ควรปรับพฤติกรรมที่ลดความเสี่ยงต่อการได้รับโซเดียมเกินความต้องการของร่างกาย เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังด้วยเทคนิคง่ายๆ ในการลดการกินเค็ม  ชิมก่อนปรุงทุกครั้ง ลดการเติมเครื่องปรุงรสในอาหารลดการกินอาหารแปรรูปต่างๆ เช่น ไส้กรอก หมูยอ เบคอน ผักดอง ผลไม้ดองปลาเค็ม ไข่เค็ม ลดการกินอาหารกึ่งสําเร็จรูป เช่น บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป อาหารพร้อมบริโภคแช่แข็ง ลดความถี่และปริมาณน้ำจิ้มของอาหารที่มีน้ำจิ้มเช่น สุกี้ หมูกระทะ หอยทอด หลีกเลี่ยงการกินอาหารจานด่วน เพราะมีปริมาณโซเดียมสูง  ลดการกินขนมขบเคี้ยวที่มีรสเค็ม เช่น ข้าวเกรียบมันฝรั่งอบกรอบ ข้าวโพดอบกรอบ อ่านฉลากโภชนาการก่อนเลือกซื้อทุกครั้ง

เห็นได้ว่าการบริโภครสเค็มมากเกินไปอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เราควรเลือกรับประทานให้พอเหมาะพอดี

ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

การเลือกกินอาหารที่มีวิตามินซีสูง การรับประทานวิตามินซีอย่างน้อย 60 mg ต่อวันจะเพียงพอต่อความต้องการของคนปกติ แต่วิตามินซี  1000 mg ต่อวันจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายและบำรุงผิว เราจะมาบอกถึงผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เพียงแค่เรารับประทานผลไม้เหล่านี้ทุกวันไข้หวัดคงไม่เข้ามาใกล้เราอย่างแน่นอน

ฝรั่ง

 

ฝรั่งก็จัดได้ว่าเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีวิตามินซีสูง ในฝรั่ง 165 กรัมจะมีวิตามินซีถึง 377 mg  ซึ่งสูงกว่าส้มถึง 5 เท่า แถมยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด การรับประทานฝรั่งควรรับประทานทั้งเปลือกเพื่อให้ได้รับคุณค่าสารอาหารในฝรั่งอย่างครบถ้วน อร่อยแล้วยังมีวิตามินอีกด้วย บางคนอาจจะเลือกทำให้ดื่มง่ายด้วยการทำเป็นน้ำฝรั่งดื่มก็ได้

กีวี่

กีวี่ก็เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเช่นกัน กีวี่ 1 ลูก100 กรัมจะไดรับวิตามินซี 105 mg  การรับประทานกีวี่วันละ 2 ผลจะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคหวัด ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอละกระต้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆให้เกิดขึ้น ได้ทั้งสุขภาพและผิวอีกด้วย

มะขามป้อม

มะขามป้อมมีวิตามินซีสูงมาก  ซึ่งถ้าเทียบกับแอ๊ปเปิ้ลมะขามป้อมจะมีวิตามินซีสูงกว่าถึง 160 เท่า ในมะขามป้อม 100 กรัม จะมีวิตามินซี 276 mg เพียงแค่เรารับประทานมะขามป้อมแค่วันละ 1 ผล ก็จะได้รับวิตามินซีที่เพียงพอในแต่ละวัน แถมวิตามินซีในมะขามป้อมนั้นจะไม่ลดลงถึงแม้ว่าผลของมันจะแห้งหรือถูกเก็บไว้นานๆ

ลิ้นจี่

ผลไม้พื้นบ้านของไทยที่หาง่ายตามฤดูกาลในลิ้นจี่ 100 กรัม มีวิตามินซี 71.5 mg ในตำราจีนโบราณได้นำลิ้นจี่มารักษาอาการหวัด ช่วยแก้อาการติดเชื้อในลำคอ บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย และบรรเทาอาการคัดจมูกอีกด้วย

มะละกอสุก

 

มะละกอเป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานทั้งดิบและสุก ในมะละกอสุก 100 กรัม จะมีวิตามินซี 62 mg  ช่วยขับปัสสาวะแถมยังเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง แถมยังเอามาทำประกอบอาหารยอดฮิตอย่างส้มตำกันอีกด้วย

สตรอว์เบอร์รี

เรียกได้ว่าทั้งสีสันและหน้าตา รสชาติจึงผลไม้หน้าตาดีที่คนนิยมอย่างมาก เพราะอร่อยและดีต่อสุขภาพ ในสตรอว์เบอร์รี 100 กรัม จะมีวิตามินซี 60 mg ช่วยป้องกันโรคหวัดและโรคต่างๆอีกทั้งยังช่วยบำรุงสายตาและลดอัตราการเสื่อมของจอประสาทตา

เงาะ

เงาะเป็นผลไม้รสหวารอร่อยที่มีวิตามินซีสูง เพราะใน เงาะ 100 กรัม จะมีวิตามินซี 53 mg ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ แต่การทานเงาะที่มากเกินไปอาจจะทำให้ท้องอืดหรือท้องผูกได้

มีผลไม้ของไทยยังมีอีกหลายชนิดที่มีวิตามินซีสูง การได้รับวิตามินซีที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันจะช่วยให้ร่างกายของเราทำงานได้เป็นปกติ วิตามินซีที่ได้จากธรรมชาตินอกจากราคาไม่แพงแล้วยังมีสารอาหารอีกหลายชนิดที่ร่างกายได้ใช้ประโยชน์ เพื่อสุขภาพที่ดีควรทานผักผลไม้ให้เพียงพอในทุกๆวัน