ภัยเงียบของยาพาราที่ทำให้เย็นชาไม่รู้ตัว

          เป็นเรื่องเหลือเชื่ออีกเรื่องกับยาพาราเซตามอล ใช่ยาสามัญประจำบ้านที่หลายๆ คนต่างนึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อมีอาการเจ็บป่วย อาจจะทำให้เรากลายเป็นคนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเย็นชาได้มากขึ้น เป็นยังไงไปดูกัน

 เวลาที่รู้สึกปวดหัวตัวร้อนเมื่อใด เราก็มักจะหยิบยาพาราเซตามอลมารับประทานตลอด แต่จะรู้ไหมว่าผลวิจัยล่าสุดในวันนี้ พบว่าการทานยาพาราเซตามอลสามารถทำให้เราไม่ค่อยรู้สึกรู้สาอะไรได้มากขึ้น แต่จะเป็นเพราะอะไรนั้นนำมาบอกกันเลยดีกว่า

          การศึกษาล่าสุดจากมหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Psychological Science ได้แสดงให้เห็นว่า ยาพาราเซตามอลนั้นแม้จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้แต่ก็มีผลข้างเคียง โดยทำให้การตอบสนองทางอารมณ์ของคนเราลดน้อยลง หรือจะเรียกง่ายๆ ทำให้คนเรามีอารมณ์เย็นชา เฉยเมยต่อสิ่งรอบข้างมากขึ้นนั่นเอง โดย Geoffrey Durso นักจิตวิทยาสังคมจากมหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ ได้ทำการศึกษากับนักศึกษาที่เป็นอาสาสมัครกว่า 82 คน เพื่อค้นหาความแตกต่างทางอารมณ์ของผู้ที่รับประทานยาและไม่รับประทานยา ด้วยการแบ่งนักศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้ทานยาพาราเซตามอลและอีกกลุ่มให้ทานยาแป้งในปริมาณที่เท่ากันคือ 1,000 มิลลิกรัม

 เมื่อผ่านไป 1 ชั่วโมงซึ่งเป็นเวลาที่ยาเริ่มออกฤทธิ์ Durso จึงเริ่มถามคำถาม โดยให้นักศึกษาทั้ง 2 กลุ่มดูภาพทั้งหมด 40 ภาพ 

และให้นักศึกษาแต่ละคนให้คะแนนความรู้สึกที่มีต่อภาพโดยให้คะแนนตามลำดับ คือ +5 หมายถึงความรู้สึกด้านบวกที่สุด และ -5 คือความรู้สึกด้านลบมากที่สุด

          ผลออกมาว่านักศึกษากลุ่มที่รับประทานยาพาราเซตามอล ให้คะแนนกับรูปที่มีอารมณ์ในแง่บวกและแง่ลบน้อยกว่าผู้ที่รับประทานยาแป้ง และเมื่อให้ทั้ง 2 กลุ่มประเมินว่าภาพที่ได้เห็นนั้นมีอิทธิพลต่ออารมณ์ของตนเองมากเท่าใด เรียงลำดับตั้งแต่ 1 – 10 ก็พบว่าผู้ที่รับประทานยาพาราเซตามอลนั้นมีผลคะแนนอยู่ที่ 5.85 ในขณะที่ผู้ที่รับประทานยาแป้งนั้นอยู่ที่ 6.76 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่รับประทานยาพาราเซตามอลจะมีความรู้สึกต่อสิ่งต่างๆ น้อยกว่าคนที่ไม่ได้กินยาพาราเซตามอล ทั้งนี้ทีมนักวิจัยก็จะวางแผนที่จะทำการวิจัยถึงผลข้างเคียงทางอารมณ์กับยาแก้ปวดชนิดอื่นๆ อาทิเช่น ไอบูโพรเฟน และแอสไพรินว่าจะมีผลเช่นเดียวกับการรับประทานยาแอสไพรินหรือไม่ เพื่อจะได้หาสาเหตุของผลข้างเคียงนี้         

          แม้ว่าจะมีงานวิจัยออกมาอย่างนี้แล้ว แต่ก็ยังเป็นผลการวิจัยที่ยังไม่ชัดเจน 100 % ดังนั้นก็อย่าเพิ่งหวาดกลัวกันไปเลยดีกว่าค่ะ ระหว่างนี้ก็อย่ารับประทานยาพาราเซตามอลเกินความจำเป็น   รับประทานเกินขนาดเพื่อความปลอดภัยจะดีกว่า