ผงชูรสทำให้เราอ้วนได้

ผงชูรสอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราอ้วนขึ้นได้ ทั้งเหตุผลทางตรง และทางอ้อม ผงชูรส มักเป็นเครื่องปรุงรสที่ไม่มีรสชาติที่ชัดเจน หากแต่เราใส่ลงไปในอาหารเพื่อให้ได้รสชาติ “กลมกล่อม” กล่าวคือ อาหารหลายๆ เมนูรสชาติดีขึ้นเมื่อมีผงชูรส โดยรสชาติกลมกล่อม หรือที่บางคนเรียกว่ารส “อูมามิ” เป็นรสชาติที่มาจากทั้งการทำอาหารตามธรรมชาติ น้ำซุบต้มกระดูกสัตว์ ผักบางชนิดที่ให้รสหวานอ่อนๆ เช่น หัวไชเท้า หรือจะเป็นผักอย่างเห็ดหอม สาหร่าย หรือจะเป็นการเติมรสกลมกล่อมด้วยการเติมผงชูรสสำเร็จรูปเป็นผงๆ

ผงชูรส ทำให้อ้วน

นักวิจัยพบว่าคนที่กินผงชูรสมากกว่า จะมีโอกาสที่น้ำหนักจะขึ้นง่ายกว่าคนที่ไม่กินผงชูรส

เหตุผลทางตรง คือ เมื่ออาหารอร่อย กลมกล่อมลิ้นมากขึ้น อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เรากินอาหารมากขึ้นกว่าเดิม จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราอ้วนง่ายขึ้นได้

ส่วนเหตุผลทางอ้อม อาจมาจากการที่คนที่กินผงชูรสในปริมาณมาก อาจเข้าไปยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเลปติน ที่เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว ดังนั้นจึงส่งผลให้เรากินอาหารมากขึ้นได้

นอกจากนี้ ในผงชูรสยังมีส่วนประกอบของโซเดียม ที่อาจทำให้ตัวบวมน้ำได้

นอกจากนี้ หมอผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ยังระบุอีกว่า ผงชูรสยังเพิ่มการอักเสบระดับโมเลกุล ส่งเสริมการดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายด้วย

ผงชูรส อันตรายหรือไม่

อันที่จริงแล้ว ผงชูรสผลิตจากวัตถุดิบหลักจากธรรมชาติ ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรกับร่างกายจากส่วนประกอบของผงชูรส แต่การกินผงชูรสในบางรายที่มีอาการแพ้ผงชูรส อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับอาการของรายบุคคล อาการที่พบได้อาจจะมีตั้งแต่ หิวน้ำ ปากบวม ลิ้นบวม หายใจไม่ออก หากมีอาการหนักมาก เป็นคนที่มีประสาทสัมผัสไวต่อผงชูรสมาก หรือรับประทานในปริมาณมาก อาจมีอาการไปจนถึงใจเต้นแรง หรืออัมพาตชั่วคราวได้

อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้เป็นคนที่มีอาการแพ้ผงชูรส การรับประทานผงชูรสเพียงเล็กน้อยปลายช้อนชาต่อ 1 มื้ออาหาร ไม่ได้เป็นอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย ทางที่ดีควรลองสังเกตอาการของตัวเองดูว่ามีประสาทสัมผัสที่ไวต่อผงชูรสมากน้อยแค่ไหน เพราะในแต่ละคนไม่เท่ากัน

กินผงชูรสอย่างไรให้ปลอดภัย

หากจะปรุงอาหารทานเองที่บ้าน ก็ควรใส่ผงชูรสแค่ปลายๆ ช้อนชา ต่อการทานอาหาร 1 มื้อ หากเลือกปรุงอาหารประเภทน้ำซุป ควรใช้กระดูกสัตว์ในการต้มทำน้ำสต็อกแทนการใส่ผงชูรสมากๆ หากอาหารจานนั้นมีการปรุงรสที่ค่อนข้างจัดแล้ว ควรเลี่ยงในการใส่ผงชูรสซ้ำ เพราะในเครื่องปรุงบางส่วนก็มีส่วนผสมของผงชูรสอยู่แล้ว (หรือมีรสกลมกล่อมจากการหมักตามธรรมชาติ เช่น น้ำปลา) ส่วนการรับประทานอาหารนอกบ้าน ควรเลือกร้านที่สามารถแจ้งความประสงค์ขอลดการใส่ผงชูรสได้ หรือเลือกร้านที่เราเห็นขั้นตอนในการปรุงอาหาร และมั่นใจได้ว่าร้านนั้นๆ ไม่ใส่ผงชูรสมากเกินไป (มากกว่า 1 ช้อนชาต่อ 1 จาน)

 

ดื่มกาแฟตอนท้องว่างเกิดผลเสียได้

การดื่มกาแฟจะทำให้เราหายง่วงและตื่นพร้อมที่จะออกไปทำงาน แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่มกาแฟในขณะที่เราท้องว่างอยู่นั้นอาจทำให้มีอาการผิดปกติกับร่างกายได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะในกาแฟมีคาเฟอีนซึ่งมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและฮอร์โมน ซึ่งการดื่มกาแฟขณะที่ท้องว่างจะส่งผลเสียอย่างไรบ้างเรามาดูกันเลย

มีผลต่อการดูดซึมของแร่ธาตุ

คาเฟอีนจากกาแฟจะขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม สังกะสีและธาตุเหล็ก ดังนั้นการดื่มกาแฟจึงทำให้ร่างกายไม่ดูดซึมแคลเซียม และแร่ธาตุที่จะเข้ามาสู่ร่างกาย หรือดูดซึมน้อยมากจนทำให้ได้รับแร่ธาตุไม่เพียงพอ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกายได้มากทีเดียว

ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร

คาเฟอีนในกาแฟจะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ หากดื่มในเวลาท้องว่างจะทำให้ระคายเคือง อีกทั้งในกาแฟจะมีตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างน้ำย่อยในร่างกาย ดังนั้นการดื่มกาแฟตอนเช้าขณะที่ท้องว่างอยู่ จึงทำให้เกิดการระคายเคืองและเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้ง่าย

มีอาการใจสั่น

คาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟ ถือว่าเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่ง ซึ่งจะช่วยในการกระตุ้นการทำงานของสมองและระบบประสาท ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น โดยหากได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากเกิน จะทำให้ใจสั่น กระวนกระวาย และไม่มีสมาธิได้นั่นเอง

ความอยากอาหารลดลง

การดื่มกาแฟขณะท้องว่าง จะทำให้มื้อถัดไปรู้สึกไม่หิว ไม่อยากทานอะไรเลย และเมื่อเป็นแบบนี้จะทำให้ร่างกายของเรานำพลังงานมาใช้ได้น้อย และทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดขาดสารอาหาร ซึ่งผลกระทบที่ตามมาก็คือ ร่างกายอ่อนแอ ป่วยง่าย และระบบการเผาผลาญแย่ลง

ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น

การดื่มกาแฟในตอนเช้าอาจทำให้เรารู้สึกอิ่ม  แต่การดื่มในปริมาณที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ย่อมเสี่ยงต่อการทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ เนื่องจากในกาแฟมีส่วนผสมของนม น้ำตาลและครีมเทียมในปริมาณมาก

เสี่ยงโรคกระดูกพรุน

คาเฟอีน มีส่วนช่วยในกระตุ้นการขับปัสสาวะ แต่การดื่มกาแฟตอนท้องว่างจะทำให้เกิดการปัสสาวะบ่อย และเมื่อดื่มติดต่อกันเป็นเวลานานย่อมทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมไปกับปัสสาวะในปริมาณมาก และเข้าสู่ภาวะการเกิดโรคกระดูกพรุนได้

อย่างไรก็ตาม การดื่มกาแฟตอนเช้าของคนทำงาน อาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น หากต้องการดื่มก็ควรดื่มในปริมาณที่พอดี ไม่ดื่นจนเยอะเกินไปและควรเลือกดื่มเป็นกาแฟดำโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลหรือใช้สารเพิ่มความหวานแทนน้ำตาล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคอ้วนและผลกระทบอื่นๆ ที่ตามมาภายหลังนั่นเอง