ผงชูรสทำให้เราอ้วนได้

ผงชูรสอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราอ้วนขึ้นได้ ทั้งเหตุผลทางตรง และทางอ้อม ผงชูรส มักเป็นเครื่องปรุงรสที่ไม่มีรสชาติที่ชัดเจน หากแต่เราใส่ลงไปในอาหารเพื่อให้ได้รสชาติ “กลมกล่อม” กล่าวคือ อาหารหลายๆ เมนูรสชาติดีขึ้นเมื่อมีผงชูรส โดยรสชาติกลมกล่อม หรือที่บางคนเรียกว่ารส “อูมามิ” เป็นรสชาติที่มาจากทั้งการทำอาหารตามธรรมชาติ น้ำซุบต้มกระดูกสัตว์ ผักบางชนิดที่ให้รสหวานอ่อนๆ เช่น หัวไชเท้า หรือจะเป็นผักอย่างเห็ดหอม สาหร่าย หรือจะเป็นการเติมรสกลมกล่อมด้วยการเติมผงชูรสสำเร็จรูปเป็นผงๆ

ผงชูรส ทำให้อ้วน

นักวิจัยพบว่าคนที่กินผงชูรสมากกว่า จะมีโอกาสที่น้ำหนักจะขึ้นง่ายกว่าคนที่ไม่กินผงชูรส

เหตุผลทางตรง คือ เมื่ออาหารอร่อย กลมกล่อมลิ้นมากขึ้น อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เรากินอาหารมากขึ้นกว่าเดิม จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราอ้วนง่ายขึ้นได้

ส่วนเหตุผลทางอ้อม อาจมาจากการที่คนที่กินผงชูรสในปริมาณมาก อาจเข้าไปยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเลปติน ที่เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว ดังนั้นจึงส่งผลให้เรากินอาหารมากขึ้นได้

นอกจากนี้ ในผงชูรสยังมีส่วนประกอบของโซเดียม ที่อาจทำให้ตัวบวมน้ำได้

นอกจากนี้ หมอผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ยังระบุอีกว่า ผงชูรสยังเพิ่มการอักเสบระดับโมเลกุล ส่งเสริมการดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายด้วย

ผงชูรส อันตรายหรือไม่

อันที่จริงแล้ว ผงชูรสผลิตจากวัตถุดิบหลักจากธรรมชาติ ไม่ได้เป็นอันตรายอะไรกับร่างกายจากส่วนประกอบของผงชูรส แต่การกินผงชูรสในบางรายที่มีอาการแพ้ผงชูรส อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ ความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับอาการของรายบุคคล อาการที่พบได้อาจจะมีตั้งแต่ หิวน้ำ ปากบวม ลิ้นบวม หายใจไม่ออก หากมีอาการหนักมาก เป็นคนที่มีประสาทสัมผัสไวต่อผงชูรสมาก หรือรับประทานในปริมาณมาก อาจมีอาการไปจนถึงใจเต้นแรง หรืออัมพาตชั่วคราวได้

อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้เป็นคนที่มีอาการแพ้ผงชูรส การรับประทานผงชูรสเพียงเล็กน้อยปลายช้อนชาต่อ 1 มื้ออาหาร ไม่ได้เป็นอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย ทางที่ดีควรลองสังเกตอาการของตัวเองดูว่ามีประสาทสัมผัสที่ไวต่อผงชูรสมากน้อยแค่ไหน เพราะในแต่ละคนไม่เท่ากัน

กินผงชูรสอย่างไรให้ปลอดภัย

หากจะปรุงอาหารทานเองที่บ้าน ก็ควรใส่ผงชูรสแค่ปลายๆ ช้อนชา ต่อการทานอาหาร 1 มื้อ หากเลือกปรุงอาหารประเภทน้ำซุป ควรใช้กระดูกสัตว์ในการต้มทำน้ำสต็อกแทนการใส่ผงชูรสมากๆ หากอาหารจานนั้นมีการปรุงรสที่ค่อนข้างจัดแล้ว ควรเลี่ยงในการใส่ผงชูรสซ้ำ เพราะในเครื่องปรุงบางส่วนก็มีส่วนผสมของผงชูรสอยู่แล้ว (หรือมีรสกลมกล่อมจากการหมักตามธรรมชาติ เช่น น้ำปลา) ส่วนการรับประทานอาหารนอกบ้าน ควรเลือกร้านที่สามารถแจ้งความประสงค์ขอลดการใส่ผงชูรสได้ หรือเลือกร้านที่เราเห็นขั้นตอนในการปรุงอาหาร และมั่นใจได้ว่าร้านนั้นๆ ไม่ใส่ผงชูรสมากเกินไป (มากกว่า 1 ช้อนชาต่อ 1 จาน)

 

ดื่มกาแฟตอนท้องว่างเกิดผลเสียได้

การดื่มกาแฟจะทำให้เราหายง่วงและตื่นพร้อมที่จะออกไปทำงาน แต่รู้หรือไม่ว่าการดื่มกาแฟในขณะที่เราท้องว่างอยู่นั้นอาจทำให้มีอาการผิดปกติกับร่างกายได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะในกาแฟมีคาเฟอีนซึ่งมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและฮอร์โมน ซึ่งการดื่มกาแฟขณะที่ท้องว่างจะส่งผลเสียอย่างไรบ้างเรามาดูกันเลย

มีผลต่อการดูดซึมของแร่ธาตุ

คาเฟอีนจากกาแฟจะขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม สังกะสีและธาตุเหล็ก ดังนั้นการดื่มกาแฟจึงทำให้ร่างกายไม่ดูดซึมแคลเซียม และแร่ธาตุที่จะเข้ามาสู่ร่างกาย หรือดูดซึมน้อยมากจนทำให้ได้รับแร่ธาตุไม่เพียงพอ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกายได้มากทีเดียว

ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร

คาเฟอีนในกาแฟจะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ หากดื่มในเวลาท้องว่างจะทำให้ระคายเคือง อีกทั้งในกาแฟจะมีตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างน้ำย่อยในร่างกาย ดังนั้นการดื่มกาแฟตอนเช้าขณะที่ท้องว่างอยู่ จึงทำให้เกิดการระคายเคืองและเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้ง่าย

มีอาการใจสั่น

คาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟ ถือว่าเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่ง ซึ่งจะช่วยในการกระตุ้นการทำงานของสมองและระบบประสาท ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น โดยหากได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากเกิน จะทำให้ใจสั่น กระวนกระวาย และไม่มีสมาธิได้นั่นเอง

ความอยากอาหารลดลง

การดื่มกาแฟขณะท้องว่าง จะทำให้มื้อถัดไปรู้สึกไม่หิว ไม่อยากทานอะไรเลย และเมื่อเป็นแบบนี้จะทำให้ร่างกายของเรานำพลังงานมาใช้ได้น้อย และทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดขาดสารอาหาร ซึ่งผลกระทบที่ตามมาก็คือ ร่างกายอ่อนแอ ป่วยง่าย และระบบการเผาผลาญแย่ลง

ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น

การดื่มกาแฟในตอนเช้าอาจทำให้เรารู้สึกอิ่ม  แต่การดื่มในปริมาณที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ย่อมเสี่ยงต่อการทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ เนื่องจากในกาแฟมีส่วนผสมของนม น้ำตาลและครีมเทียมในปริมาณมาก

เสี่ยงโรคกระดูกพรุน

คาเฟอีน มีส่วนช่วยในกระตุ้นการขับปัสสาวะ แต่การดื่มกาแฟตอนท้องว่างจะทำให้เกิดการปัสสาวะบ่อย และเมื่อดื่มติดต่อกันเป็นเวลานานย่อมทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมไปกับปัสสาวะในปริมาณมาก และเข้าสู่ภาวะการเกิดโรคกระดูกพรุนได้

อย่างไรก็ตาม การดื่มกาแฟตอนเช้าของคนทำงาน อาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น หากต้องการดื่มก็ควรดื่มในปริมาณที่พอดี ไม่ดื่นจนเยอะเกินไปและควรเลือกดื่มเป็นกาแฟดำโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลหรือใช้สารเพิ่มความหวานแทนน้ำตาล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคอ้วนและผลกระทบอื่นๆ ที่ตามมาภายหลังนั่นเอง

 

สาเหตุที่ทำให้ผู้ชายหัวล้าน

ผมร่วงเป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้หัวล้าน ซึ่งอาการหัวล้านมักทำให้สูญเสียบุคลิกภาพ ขาดความมั่นใจ และวิตกกังวล บางคนถึงกับมีความเครียดร่วมด้วย แต่การที่ผมร่วงก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะโดยปกติผมคนเราจะร่วงทุกวัน แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินวันละ 30 – 50 เส้น ถ้ามากกว่านั้นถือว่าผิดปกติแล้วนั่นเอง เพราะฉะนั้น วันนี้เราเลยจะมาเตือนให้ระวังกับ สาเหตุนี้ที่อาจทำให้คุณหัวล้านมากขึ้นอีกได้

1.ภาวะความเครียด

ความเครียดถือเป็นสาเหตุหลักของผมร่วง เพราะเมื่อเครียดร่างกายก็จะส่งผลโดยตรงกับฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้เกิดความผิดปกติจนทำให้ผมร่วง พอมารู้ตัวอีกทีผมก็บางมากแล้วโดยเฉพาะกลางกระหม่อมหรือด้านหน้า การปล่อยวางจิตใจไม่ให้เครียดจนเกินไป ย่อมช่วยป้องกันไม่ให้อาการผมร่วงทวีความรุนแรงหนักขึ้นได้

2.ใช้สารเคมีกับเส้นผมเป็นประจำ

หนุ่มๆ คนไหนที่ชื่นชอบการทำผมเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการดัด ยืด หรือทำสีผม ควรระวังไว้เลยว่าคุณกำลังเสี่ยงที่จะมีโอกาสหัวล้านได้มากกว่าคนที่ไม่ค่อยใช้สารเคมีกับผมเลย เพราะคนที่ใช้สารเคมีกับผมบ่อยๆ หนังศีรษะจะได้รับสารเคมีโดยตรง ทำให้สารเคมีซึมเข้าไปทำรายเส้นผมลึกถึงโคนผม ทำให้มีอาการคันและผมร่วงตามมา ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีหรือควรทิ้งระยะห่าง เพื่อให้หนังศีรษะได้ฟื้นฟูและพักบ้าง หัวก็จะไม่ล้านอย่างที่กังวลอีกต่อไป

3.เชื้อราบนหนังศีรษะ

เชื้อราเป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้หัวล้าน โดยเกิดจากหนังศีรษะสกปรกและอับชื้น โดยเฉพาะการที่สระผมแล้วไม่รอให้ผมแห้งสนิทก่อนค่อยนอน หรือการใช้หวีที่เปียกชื้น การใช้หมวกคลุมผมเปียก หรือแม้กระทั่งปลอกหมอนที่มีความอับชื้นก็สามารถทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ ดังนั้น หนุ่มๆ จึงควรหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของอุปกรณ์ต่างๆ ทุกครั้ง และอย่าปล่อยให้หัวเปียกชื้นนาน เท่านี้ก็บอกลาเชื้อราบนหัวไปได้เลย

4.พฤติกรรมการกิน

พฤติกรรมการกินก็ส่งผลทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน ดังนั้น จึงควรกินอาหารที่มีธาตุเหล็กเยอะ เพราะธาตุเหล็กจะช่วยฟื้นฟู หนังศีรษะและเส้นผมให้แข็งแรงขึ้น อาหารที่ให้ธาตุเหล็กเยอะๆ เป็นอาหารจำพวกผักใบเขียว ไข่แดง ปลา และธัญพืช เป็นต้น นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ใส่ผงชูรสเยอะหรืออาหารที่มีรสชาติเค็มจัด หรือไขมันสูงด้วยจะดีที่สุด

5.รัดผมแน่นตึงเป็นประจำ

หนุ่มๆ ที่ไว้ผมยาวและชอบรัดผมแน่นตึงมากๆ ควรรีบเปลี่ยนพฤติกรรมด่วน เพราะการที่มัดผมรวบตึงจนเกินไปย่อมทำให้รากผมนำอาหารไปเลี้ยงปลายผมได้ไม่เพียงพอ ทำให้เส้นผมอ่อนแอลง เป็นสาเหตุให้ผมร่วง หรือเวลาเหงื่อออก หนังศีรษะไม่ได้รับการระบายอากาศ ก็จะเกิดความอับชื้นจนทำให้เกิดเชื้อราขึ้นได้เช่นกัน

นี่ก็คือ สาเหตุของที่ทำให้ผมร่วงจนเกิดปัญหาผมบางหรือหัวล้านตามมา หนุ่มๆ คนไหนไม่อยากหมดความมั่นใจกับปัญหาดังกล่าว ลองพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันใหม่ จะได้หลีกเลี่ยงปัจจัยในการทำให้ผมร่วง ผมบางได้นั่นเอง

 

สายพันธุ์แมวสำหรับคนเป็นภูมิแพ้

การเป็นโรคภูมิแพ้ หรือการแพ้ขนแมว เพราะสำหรับทาสแมวแล้ว คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้อุ้ม ได้กอด ได้หอ แต่มีอีกทาง เพราะถึงแม้จะไม่มีแมวพันธุ์ไหนที่เลี้ยงได้ ไม่ทำให้แพ้เลย 100% แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีแมวพันธุ์ไหนที่เหมาะสำหรับผู้เป็นภูมิแพ้เลย ซึ่งในวันนี้ก่อนอื่นลองมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการแพ้ขนแมวกันสักนิดดีกว่า

ทำไมคนเราถึงแพ้ขนแมว

สิ่งสำคัญที่คนเป็นภูมิแพ้ หรือคนแพ้ขนแมวควรรู้ คือ ความจริงแล้วเราไม่ได้แพ้ขนแมว แต่แพ้น้ำลายแมวต่างหาก เนื่องจากในน้ำลายมีสารก่อภูมิแพ้ชื่อว่า โปรตีน Fel d 1 ปะปนอยู่ ซึ่งโปรตีนชนิดนี้มักจะแพร่กระจายสู่ขนแมวผ่านการเลีย และเมื่อคนสัมผัสแมว หรือแมวผลัดขน ก็ทำให้โปรตีนนั้นรายล้อมรอบตัวเรา จนทำให้เกิดอาการแพ้นั่นเอง

แมวที่ไม่มีขน คือ แมวที่ไม่มีสารก่อภูมิแพ้ใช่ไหม

คำตอบคือ ม่ใช่ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า คนเราแพ้น้ำลายแมว ไม่ใช่ขนแมว ฉะนั้นการที่แมวไม่มีขน จึงไม่เกี่ยวข้องกันเลย เนื่องจากแมวทุกตัวยังผลิตโปรตีน Fel d 1 ทางน้ำลายได้อยู่ อย่างไรก็ตามเนื่องจากคนเรามักได้รับเชื้อโปรตีนที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้จากขน (เพราะแมวเลียขน ไม่ได้เลียเรา) ดังนั้นเมื่อแมวไม่มีขนแล้ว ก็เลยทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้ลดลงไปด้วย จึงเกิดเป็นที่มาของสายพันธุ์แมวที่เหมาะกับผู้เป็นภูมิแพ้นั่นเอง ว่าแต่จะมีแมวพันธุ์ไหน ลักษณะเป็นอย่างไร ต้องดูแลอะไรบ้าง อย่ามัวรอช้าตามมาดูกันได้เลยค่ะ

สายพันธุ์แมวสำหรับคนเป็นภูมิแพ้

1. แมวสฟิงซ์

สฟิงซ์ (Sphynx) เป็นแมวที่เหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้ หรือคนแพ้ขนแมวมากที่สุด เนื่องจากร่างกายแทบจะไม่มีขนเลย จึงช่วยลดการเกาะของสารก่อภูมิแพ้ หรือโปรตีน Fel d 1 ลงได้ โดยแมวสฟิงซ์มีต้นกำเนิดมาจากประเทศแคนาดา ตั้งแต่สมัยทศวรรษที่ 1960 เป็นแมวขนาดกลาง อายุเฉลี่ย 15-20 ปี นิสัยดี ขี้อ้อน ขี้หนาว ฉลาด ร่าเริง ติดเจ้าของ เข้ากับคน เด็ก และสัตว์เลี้ยงตัวอื่นได้ดี เหมาะกับการเลี้ยงในบ้าน และแม้จะไม่ค่อยมีขน หรือขนบางและสั้นมาก แต่ก็ยังต้องการการแปรงขนเป็นประจำเหมือนกันนะ

2. แมวไซบีเรียน

แม้ว่า ไซบีเรียน (Siberian) จะมีขนหนาถึงสองชั้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย แต่ต้องบอกเลยว่าเป็นแมวที่เหมาะกับคนแพ้ขนอีกหนึ่งสายพันธุ์ เพราะปัจจุบันมีการตรวจพบแล้วว่า ขนของมันมีโปรตีนที่เกิดจากน้ำลาย หรือ Fel d 1 ต่ำมาก ซึ่งอย่างที่บอกไปแล้วว่า สิ่งที่ทำให้คนเกิดอาการแพ้ก็มาจากโปรตีนชนิดนี้ ฉะนั้นเมื่อมีอยู่น้อย ก็ทำให้เสี่ยงแพ้น้อยนั่นเอง โดยแมวไซบีเรียน เป็นแมวธรรมชาติสายพันธุ์เก่าแก่ ปรากฏตัวครั้งแรกในยุค 1870 ต้นกำเนิดมาจากประเทศรัสเซีย เป็นแมวขนาดกลางถึงใหญ่ ขนยาว ทนหนาวได้ดี นิสัยฉลาด ร่าเริง ขี้เล่น ขี้อ้อน ชอบอยู่เป็นคู่ ชอบกระโดดขึ้นที่สูง และแม้จะเข้าสังคมไม่เก่ง แต่ก็เป็นมิตรกับเด็กและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นอยู่พอสมควรเลย

3. แมวคอร์นิช เรกซ์

นอกจากการไม่มีขนชั้นนอก หรือขนชั้นบน จะช่วยให้ คอร์นิช เรกซ์ มีขนที่นุ่มและโดดเด่นแล้ว ยังทำให้มีโอกาสหลุดร่วงน้อย จนเหมาะกับคนเป็นภูมิแพ้หรือคนที่แพ้ขนอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น แต่ขนของมันยังคล้ายกับขนของพูเดิล ที่มีสารก่อภูมิแพ้น้อย และไม่ต้องดูแลมากอีกต่างหาก งานนี้จึงทำให้เหมียวพันธุ์นี้กลายเป็นแมวที่เหมาะกับคนแพ้ง่ายสุด ๆ โดยแมวคอร์นิช เรกซ์ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ยุค 50 ลักษณะเด่น คือ ผิวย่น ๆ ขนสั้นกุดเป็นหย่อม ๆ แต่ก็มีเสน่ห์ชวนมองไม่เบา ส่วนลักษณะนิสัยร่าเริง ขี้เล่น อยากรู้อยากเห็น และชอบเป็นจุดสนใจ หากใครคิดจะเลี้ยงไว้ติดบ้าน ก็ควรมีเวลาเล่นกับมันเป็นประจำด้วย

4. แมวเดวอน เร็กซ์

คล้ายกันกับ คอร์นิช เรกซ์ คือ เดวอน เร็กซ์มีขนชั้นเดียว แถมยังเป็นขนที่สั้นและหยิกด้วย จึงทำให้มีโอกาสหลุดร่วงน้อย ผลัดขนต่ำ ส่งผลให้แพร่กระจายสารก่อภูมิแพ้ให้กับผู้เลี้ยงได้ยาก โดยแมวเดวอน เร็กซ์ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ เป็นแมวขนาดกลาง หนักประมาณ 8 ปอนด์ อายุเฉลี่ยประมาณ 9-13 ปี หัวใหญ่ ทรงสามเหลี่ยม ดวงตากลมโต จมูกงุ้ม หูกาง มองดูคล้ายเอลฟ์ ขนสั้นเป็นลอน หลากสี หลายขนาด และเปราะบางมาก บางตัวก็ไม่มีขน ฉะนั้นห้ามแปรงขนเด็ดขาด ส่วนนิสัยขี้เล่น กระตือรือร้น พลังงานเยอะ ชอบกิน ชอบให้คนสนใจ แถมยังชอบกระโดดโลดเต้นหรือปีนป่ายด้วย

5. แมวรัสเซียน บลู

รัสเซียน บลู (Russian Blue) เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ไม่มีการผลัดขน หรือขนหลุดร่วงหลุดน้อย จึงช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ผู้เลี้ยงเกิดอาการแพ้ได้มาก โดยแมวรัสเซียน บลู คาดกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากทางตอนเหนือของประเทศรัสเซีย ถือเป็นแมวชนชั้นสูงเพราะถูกเลี้ยงโดยเชื้อพระวงศ์ ลักษณะเด่น คือ เป็นแมวพันธุ์ใหญ่ ตากลมโต หัวแบนกว้าง ลำตัวยาวเรียว ขนสั้น อ่อน หนา นุ่ม สีเทาเงินล้วน ไร้รอยด่างใด ๆ นิสัยสุภาพ เรียบร้อย น่ารัก ขี้อ้อน ขี้เล่น แต่ก็ขี้อาย ที่สำคัญฉลาด สามารถเข้ากับเด็กและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นได้ดี นอกจากนี้ยังดูแลไม่ยาก แค่แปรงขนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว

6. แมวบาลีนิส

เนื่องจากบาลีนิส เป็นแมวที่ผลิตโปรตีน Fel d 1 ออกมาน้อยมากเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ดังนั้นจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หรือผู้ที่แพ้ขนสัตว์ โดยแมวบาลีนิส หรือแมวบาหลี เป็นแมวที่กลายพันธุ์มาจากแมวสยาม พบครั้งแรกในอเมริกา ได้ชื่อมาจากท่าทางการเดินที่เหมือนการร่ายรำในวัดของชาวบาหลี ลักษณะเป็นแมวขนาดกลาง หนักประมาณ 8-12 กิโลกรัม อายุเฉลี่ยประมาณ 8-10 ปี หัวเป็นทรงสามเหลี่ยม หูกาง มีสีเด่นที่หน้าและหู ลำตัวยาว เพรียว กระดูกบาง แต่ไม่เปราะหักง่าย ขนยาวตรง หลากสี หลายลาย ผลัดขนบ่อย นิสัยน่ารัก มีชีวิตชีวา กระตือรือร้น พลังงานเยอะ ชอบปีนป่ายและกระโดดขึ้นที่สูง

แม้ว่าแมวเหล่านี้จะเลี้ยงได้ ไม่ทำให้แพ้ง่าย แต่ถึงอย่างไรผู้ที่เป็นภูมิแพ้ก็ต้องระวังเอาไว้สักหน่อย ทางที่ดีพยายามอย่าโดนน้ำลายแมวจะดีที่สุด จะได้ช่วยให้การเป็นทาสสมบูรณ์แบบ แฮปปี้ ไม่มีปัญหากวนใจนั่นเอง

 

การไม่มีหนี้ดีที่สุด

จากตอนที่แล้วที่เราทิ้งท้ายว่า สำหรับคนที่หลวมตัวสร้างหนี้ไปแล้ว และอยากสะสาง เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ยังมึนๆ ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ตอนนี้นิมีคำแนะนำมาฝากค่ะ

  1. รวบรวมหนี้

ต้องรู้ก่อนว่าเรามีหนี้อะไรบ้าง ยอดเท่าไหร่ ด้วยการทำลิสต์รายการหนี้สินที่มีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหนี้ในระบบ นอกระบบ หนี้มาก หนี้น้อย ต้องรวบรวมออกมาให้หมด

  1. จัดระเบียบหนี้

โดยหนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • หนี้ดี คือ หนี้ที่ทำให้เรามีความมั่งคั่งมากยิ่งขึ้น มีรายได้มากยิ่งขึ้น เช่น หนี้จากการทำธุรกิจ หนี้จากการกู้ซื้อบ้าน ซึ่งทำให้เรามีรายได้จากการทำธุรกิจมากขึ้น มีสินทรัพย์เพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้าน แต่การเป็นหนี้ที่ดีนั้น จะต้องไม่กระทบต่อเงินที่เอาไว้ใช้จ่ายประจำวัน หรือที่เรียกว่า “สภาพคล่อง” และจะต้องพิจารณาว่าเรามีความสามารถในการชำระหนี้ได้จนหมด โดยไม่กระทบต่อเงินในกระเป๋าที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน
  • หนี้เลว (ต้องตั้งชื่อให้ฟังดูแย่ไว้ก่อน เพื่อเป็นการเตือนสติว่าไม่ควรก่อหนี้กลุ่มนี้ขึ้นมา หรือถ้าก่อมาแล้วก็ต้องรีบกำจัดค่ะ) เกิดจากพฤติกรรมการใช้ หมายถึง หนี้เพื่อการอุปโภคและบริโภค เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใช้แล้วหมดไป เช่น เอาไปซื้อเสื้อผ้า โทรศัพท์ ทีวี เป็นต้น หนี้พวกนี้มักเป็นหนี้จากสินเชื่อบุคคล บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต ซึ่งปัญหาหนี้สินที่เกิดจากการไม่มีวินัยทางการเงิน โดยส่วนใหญ่จะเป็นหนี้จากส่วนนี้

การแยกหนี้ออกเป็น 2 กลุ่มแบบนี้ จะทำให้เห็นภาพชัดเจนค่ะว่า เราต้องจัดการกับหนี้กลุ่มไหนก่อน

  1. ลำดับการชำระหนี้

นำหนี้ในข้อ 2 มาจัดลำดับอีกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงก่อนหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยปกติ เช่น ถ้ามีเงินที่ต้องชำระหนี้ในจำนวนจำกัด ควรเลือกชำระหนี้ดอกเบี้ยปกติด้วยจำนวนเงินขั้นต่ำ แล้วนำเงินที่เหลือทั้งหมดไปชำระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า เพื่อเป็นการตัดภาระออกไปให้ได้มากที่สุด และในระยะยาวถ้าสามารถทำได้ให้กู้เงินจากแหล่งเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำมาปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง

  1. ไม่เพิ่มหนี้

ในระหว่างทยอยกำจัดหนี้เก่า ท่องให้ขึ้นใจว่า จะไม่ต้องสร้างหนี้ใหม่ด้วยนะคะ และจะยิ่งดีกว่านั้น ถ้าสามารถงดรายจ่ายฟุ่มเฟือยทั้งหมด แล้วนำเงินที่เคยใช้ในส่วนนี้ไปจ่ายชำระหนี้ ก็จะทำให้หนี้หมดเร็วขึ้น ซึ่งถ้าจะให้ดีที่สุด คุณต้องหาความฝันและเป้าหมายในชีวิตให้เจอ เพราะถ้าคุณมีฝัน และมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนมากพอ คุณจะรู้ได้เลยทันทีว่าการปลดหนี้ และการเก็บเงินให้ได้นั้น จะไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถอีกต่อไป

  1. อย่าผิดนัดการชำระหนี้

การชำระหนี้ล่าช้าเกินเวลาที่กำหนดไว้ อาจทำให้เราโดนค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงหนี้ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เราคาดไม่ถึง และทำให้มูลนี้เพิ่มขึ้นโดยเราไม่รู้ตัวก็เป็นได้

  1. ชำระหนี้ให้ครบถ้วน

แม้เราจะชำระหนี้ทันตามกำหนดเวลา แต่ถ้าชำระไม่ครบถ้วนตามจำนวนขั้นต่ำที่ระบุไว้ เราก็ยังต้องเสียค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ดังนั้นต้องหาเงินมาชำระหนี้ให้ครบถ้วนตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในใบแจ้งหนี้ด้วยนะคะ

 

 

 

 

อาหารแก้แฮงค์

หนุ่มๆสาวๆคงเคยดื่มดื่มหนักไปหน่อยจนมีอาการพอตื่นเช้ามามึนตึบ วินเวียน บางครั้งหนักกว่านั้นถึงขั้นลุกไม่ขึ้นกันเลย อาการแบบนี้มาจากการผลของการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือเรียกว่าอาการ แฮงค์ สำหรับใครที่แฮงค์บ่อยๆ เรามีอาหารที่สามารถบรรเทาอาการเมาค้างได้มาฝาก ลองไปกินกันดูนะดื่มครั้งต่อไปจะได้มีการการแฮงค์น้อยลง

สตรอเบอร์รี่

ผลที่มีวิตามินสูงอย่างสตรอเบอรี่  ไม่ต้องเป็นสตรอเบอร์รี่ลูกโตๆ นำเข้าจากต่างประเทศก็ได้ เอาที่หาซื้อง่ายๆ ด้วยรสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ และวิตามินซี ที่อยู่ในสตรอเบอร์รี่ จะทำให้อาการเมาค้างของคุณทุเราลงได้ แต่หากไม่อยากกินแบบสดๆ เอาไปปั่นทำเป็นสมูทตี้ก็จะดีไม่น้อย ยิ่งผสมน้ำกีวีเข้าไปด้วย เขาว่ากันว่าสูตรนี้จะแก้เมาได้ดีมากๆ เลย

เครื่องดื่มวิตามิน

เครื่องดื่มประเภทนี้เดี๋ยวนี้หาซื้อได้ง่ายมากมีทั้งในร้านขายยาและร้านสะดวกซื้อ หากคุณรู้ตัวว่าจะต้องออกไปลั่นลาควรหาซื้อมาดื่มไว้ก่อนนะครับครับ เพราะเครื่องดื่มชนิดนี้จะมีวิตามินบีและวิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยลดอาการแฮงค์และอาการปวดหัวได้ โดยมีให้เลือกหลากหลายแบรนด์ด้วยกัน

ช็อคโกแลต

ถ้าที่บ้านบังเอิญไม่มีผลไม้ติดไว้เลย แต่มีช็อกโกแลต คุณสามารถแก้แฮงค์ได้ด้วยช็อกโกแลตเพราะด้วยคุณสมบัติทำให้สมองตื่นตัว กระฉับกระเฉง เมื่อกินเข้าไปก็เลยฟินเบาๆ อ๋อ เกือบลืมบอกไป ถ้าไม่อยากมานั่งแก้แฮงค์หลังปาร์ตี้หนักๆ ลองทาน ช็อกโกแลตปิดท้ายดูสิครับ เขาว่ามันช่วยให้ไม่แฮงค์ได้ดี

ขนมปังโฮลวีตหรือซีเรียล

ขนมปังโฮลวีต เป็นขนมปังที่อุดมไปด้วยธัญพืชนานาชนิด ถ้ากินยามเช้าหลังจากที่แฮงค์ จะช่วยดูดซึมแอลกอฮอล์ในร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าไม่มีขนมปังโฮลวีต ลองมองหาซีเรียลธัญญาหารมากินกับนมไขมันต่ำ ก็ถือเป็นการให้พลังงานที่ดีแก่ร่างกาย เพราะบ้างครั้งเรามึนเพราะร่างกายต้องการอาหารนั่นเอง

แตงโม

ผลไม้หาซื้อก็ง่ายมีทั้งที่ตลาด และซุปเปอร์มาเก็ต ใครรู้ตัวว่ายังไงก็ต้องไปปลดปล่อยนอกบ้าน ซื้อมาติดตู้เย็นไว้เลยนะครับ เพราะแตงโม มีสารสำคัญที่ชื่อ Citrulline ในเนื้อ และในเม็ด มีสรรพคุณ ช่วยแก้กระหายน้ำและ ถอนพิษสุรา ร้อนๆ มึนๆ ดับด้วย แตงโมแช่เย็น

น้ำสมุนไพรไทย

ถ้าเกิดอาการคลื่นใส้อยากอาเจียน ลองชงน้ำขิงดื่มดู เดี๋ยวนี้เขามีขิงผงสำเร็จรูปขายกันเยอะแยะ นอกจากนี้น้ำกระเจี๊ยบ สมุนไพรของไทยเรานี่ก็ช่วยได้ ดื่มน้ำกระเจี๊ยบเย็นๆ รสเปรี้ยวชุ่มฉ่ำ ช่วยให้ร่างกายสดชื่นได้ไม่ยาก หรือถ้ายังไม่หายล่ะก็แนะนำ น้ำเก็กฮวย ถ้าโลกหมุน ปวดและวิงเวียนศีรษะ เพราะเก็กฮวยมีสรรพคุณช่วยลด อาการปวดเวียนได้

นี่ก้เป็นเพียงอาหารที่มีส่วนช่วยให้แก้อาการแฮงค์เพียงเท่านั้น ทางที่ดีเราควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะพอดีจะส่งผลต่อสุขภาพที่ดีแล้วไม่ต้องปวดหัวอย่างแน่นอน

 

 

เทคนิคการออมเงินแบบงอกเงย

มีวิธีออมเงินแบบมืออาชีพ เพียงแค่เพิ่มเทคนิคนิดหน่อยก็ได้ทั้งดอกเบี้ย แถมเหลือเงินไปลงทุนในรูปแบบอื่นๆ เพื่อได้ผลตอบแทนมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันยังมีการลงทุนในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบการลดหย่อนภาษี เงินปันผล รางวัล และอื่นๆ ที่ได้ความคุ้มค่าและมั่นคงในระยะยาวเราจะมาบอกวิธีออมเงินแบบงอกเงยกันไปดูกันได้เลย

อย่าออมเงินผิดที่ เลือกฝากเงินกับบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยสูง

การออมเงินของคนไทยกระจุกตัวอยู่ที่เงินฝากธนาคารกว่า 80% และเกินครึ่งเป็นเงินฝากออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำ ดังนั้น จึงควรเลือกบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูง ไม่มีเงื่อนไข วัตถุประสงค์เพื่อฝากเงินในจำนวนที่น้อยกว่า แต่ได้ผลตอบแทนที่มากกว่า และนำเงินส่วนที่เหลือไปต่อยอดกับการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งมีอีกหลากหลายวิธี เช่น

เลือกบัญชีฝากประจำแบบปลอดภาษี  เป็นเงินฝากประจำที่ช่วยจัดระเบียบวินัยการออม เพราะกำหนดให้เราฝากประจำทุกเดือน เป็นจำนวนที่เท่าๆ กัน เมื่อฝากครบกำหนดจะได้รับเงินก้อนพร้อมดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากทั่วไป นับว่าเป็นการเริ่มต้นลงทุนที่ง่ายและปลอดภัย แต่มีข้อจำกัดคือ จะต้องฝากเงินตามที่กำหนดทุกเดือน และต้องรอจนครบกำหนดระยะเวลาถึงจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่กำหนด

ไม่ลืมผลตอบแทนในรูปแบบของการลดหย่อนภาษี  นอกเหนือจากดอกเบี้ยบัญชีเงินฝากแล้ว อาจต้องมองหาทางเลือกอื่นอีก เน้นสร้างผลตอบแทนในระยะยาว และยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย อย่างเช่น กองทุนรวมหุ้นระยะยาว  และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ  ทั้ง 2 กองทุนสามารถซื้อได้สูงสุด 15% ของเงินได้ทั้งปี สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

แบ่งเงินไปลงทุนในสลากออมทรัพย์ เพิ่มดอกเบี้ย ลุ้นรางวัลใหญ่    เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออม ข้อดีของสลากประเภทนี้คือ เงินต้นไม่สูญ มีโอกาสถูกรางวัล ซึ่งรางวัลใหญ่ไม่น้อยหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล และยังได้รับดอกเบี้ยด้วย ซึ่งผู้ที่สนใจควรทำความเข้าใจในสลากของแต่ละธนาคารให้ดีก่อนตัดสินใจ เนื่องจากสลากที่ขายมีความแตกต่างกันทั้งมูลค่าต่อหน่วย รวมถึงเงินรางวัล และรายละเอียดต่างๆ

หักเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบเต็มแม็กซ์    สำหรับพนักงานบริษัทเอกชนที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะนำให้บริษัทหักเงินสะสมเข้ากองทุนแบบเต็มสิทธิเพื่อเป็นการออมเงินอัตโนมัติ และยังเป็นเงินเก็บในระยะยาว แถมยังได้เงินสมทบจากนายจ้างอีกเท่าตัว ไว้เป็นเงินก้อนใหญ่ โดยไม่ต้องกังวลตอนเกษียณอายุด้วย

ฝากเงินเพื่อรับปันผล กับสหกรณ์ออมทรัพย์   ถ้าหากที่ทำงานของเรานั้นมีสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยผลตอบแทนที่ได้รับนั้นจะมาจากเงินปันผลในแต่ละปี ซึ่งอัตราผลตอบแทนนั้นดีกว่าเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารและกองทุนตราสารหนี้ แต่อย่าลืมตรวจสอบการบริหารงานและการจัดการสหกรณ์ที่เราจะลงทุนด้วย เพื่อการลงทุนที่ปลอดภัย

ซื้อประกันสะสมทรัพย์ ได้ทั้งเงินคืนต่อปี ลดหย่อนภาษี และความคุ้มครองชีวิต    การลงทุนนี้ เป็นการซื้อความคุ้มครองพร้อมทั้งออมเงินไปในตัว และยังสามารถลดหย่อนภาษีได้ด้วย ซึ่งการออมเงินจะจ่ายเบี้ยเป็นรายปี รายเดือน ตามระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ในสัญญา โดยผู้ถือกรมธรรม์สามารถเลือกได้ว่าจะออมกี่ปี เช่น ส่งเบี้ย 5 ปี คุ้มครองชีวิต 10 ปี หรือส่งเบี้ย 9 ปี คุ้มครองชีวิต 15 ปี เป็นต้น

วิธีออมเงินที่รวบรวมมาให้นี้ แต่ละรูปแบบมีทั้งข้อดี มีความเสี่ยง และผลตอบแทนแตกต่างกันไป แค่นี้เงินของเรางอกเงยแล้ว

รักที่ควรเลิก

ผู้ชายสมัยนี้มีน้อยก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราควรทนจมอยู่กับความทุกข์ ความเสียใจแบบถอนตัวไม่ขึ้นหรอกนะ เพราะหากเรารักตัวเองมากพอ เราสมควรที่จะได้ความรักดีๆ กลับคืนมาเช่นกัน แต่ถ้าคุณกำลังมีรักแบบผิดๆ เรามาดูรักที่ควรเลิกกันดีกว่า

1. รักที่ไม่มีอิสระ

สาวๆ ต้องไม่ลืมนะคะว่าชีวิตนี้เป็นของคุณ คุณมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ตามต้องการ ดังนั้นหากคนรักของคุณจู่ๆ มาทำตัวประหนึ่งเป็นเจ้าชีวิตของคุณ ชอบตั้งเงื่อนไข และชอบบงการให้คุณทำนู่นทำนี่มากมาย ชอบอวดเก่งอวดฉลาด ห้ามในสิ่งที่คุณต้องการ ซ้ำยังโยนเรื่องงานบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิง และไม่คิดจะช่วย แน่นอนว่าถ้าคุณเลือกผู้ชายประเภทนี้มาเป็นแฟน หรือเป็นสามีล่ะก็ มันจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัด แนะนำว่ารักแบบนี้ควรลาขาดให้ไวเลยค่ะ จงจำไว้ว่าตัวเราเท่านั้นที่จะบงการตัวเราเองได้

2. รักแบบไม่ลืมหูลืมตา

รักแบบไม่ลืมหูลืมตา ก็คล้ายๆ กับคำว่ารักมากจนเกินพอดี ความรักแบบนี้เข้าข่ายหลอกตัวเองให้เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ เพื่อจะได้ไม่ต้องรับรู้ความไม่ดีของอีกฝ่าย และจะคอยหลอกตัวเองว่าเขารักเราคนเดียว  ถ้าขืนหลอกตัวเองซ้ำๆ แบบนี้คงไม่ดีแน่ สิ่งที่อยากที่บอกคือ คุณต้องลืมตา ลืมตาขึ้นมาพบกับความจริง ไม่ว่าความจริงจะโหดร้ายเพียงใด แต่ถ้ามันสวนทางกันทุกอย่างก็เปลี่ยนความคิดและลาขาดไปเลย เพราะคนรักกันเขาต้องซื่อสัตย์และไม่ทำร้ายจิตใจซึ่งกันและกัน ฉลาดรักให้ไวจะได้ไม่เจ็บนาน

3. รักแบบเดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก

หากมีความรู้สึกว่าวันนี้อยากอยู่กับคนที่รัก อีกวันรู้สึกไม่อยากอยู่กับคนคนนี้ต่อไปแล้ว แต่ก็ยังคงต้องอยู่ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง ชีวิตก็จะวนลูปอยู่กับการอยากจะรักอยากจะเลิก ทำให้เกิดเหตุการณ์การบอกเลิกกันบ่อยๆ การท้าทายหรือบอกเลิกกันบ่อยๆ ไม่ใช่สิ่งดีแน่ค่ะ ถ้าอยู่กันแล้วไม่สบายใจก็ต้องลดความสัมพันธ์ลงค่ะ จะได้ไม่ต้องเจอกับปัญหาเดิมๆ แบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อตัดสินใจแบบนี้คุณอาจจะเสียใจร้องไห้ฟูมฟายในช่วงแรกก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ต้องมานั่งบอกใครว่าเราแข็งแกร่ง เพียงแค่รีบทำความเข้าใจกับรูปแบบของอาการเศร้าที่ว่าไว้สักหน่อย แต่เชื่อเถอะเอาเข้าจริงเมื่อเวลานั้นมาถึงไม่ว่าคุณจะเจ็บสักแค่ไหนก็เจ็บทีเดียวค่ะ ไม่ต้องเจ็บซ้ำ ซากๆ แบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

รักที่ควรเลิก

4. รักนะแต่ทำไม่ได้

ถ้าได้คนประเภทนี้เป็นสามี รับรองว่าชีวิตดิ่งลงเหวแน่ๆ อย่าลืมว่าคุณต้องสร้างอนาคตร่วมกัน แต่แค่อนาคตจากคำพูดคุณยังหาไม่ได้เลย ที่สำคัญการคบคนประเภทนี้จะทำให้คุณไม่รู้ถึงคุณค่าของตัวเองมากขึ้นทุกที เพราะคนลักษณะนี้ พร้อมจะหลีกหนีปัญหา และปล่อยให้คุณเดียวดายได้ตลอดเวลา

5. รักที่ไม่มีเวลา

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นชายหนุ่มที่ดีพร้อมไปทุกด้านและเหมาะสมกับเราทุกอย่าง ทั้งหน้าที่การงาน หน้าตา และฐานะ แต่ถ้าเขาไม่มีเวลาให้กับเรา หรือครอบครัวเลย จะไปเที่ยว หรือกินข้าวนอกบ้านกันสักครั้งก็ต้องนัดแล้วนัดอีก นัดแล้วเท อ้างว่าทำงานหนักจนไม่มีเวลา ถ้าเจอแบบนี้บ่อยๆ ก็เลิกเถอะ เพราะความสุขจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่ฐานะการเงินที่มากมาย หรือตำแหน่งหน้าที่การงานดีๆ แต่การไม่มีเวลาให้แฟนหรือครอบครัวเลย คุณต้องกินข้าวคนเดียว เที่ยวคนเดียว ตัดสินใจเองคนเดียว อย่างนี้จะมีความสุขได้อย่างไร

การล้างรถให้ถูกวิธี

การล้างรถยนต์ ด้วยตัวเอง ถือเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาว่างหรือวันหยุดเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้คุณได้ผ่อนคลาย ได้ออกกำลังกาย

ที่สำคัญยังช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการล้างรถยนต์  ให้คุณมีเวลาว่างได้ใส่ใจ ดูแลรถยนต์ ของคุณอย่างเป็นพิเศษอีกด้วย

การล้างรถยนต์ทั่วไป

อุปกรณ์ที่ใช้ในการขัดเช็ดถูอาจจะก่อให้เกิดรอยขีดข่วนหรือรอยขนแมวขึ้นบน หากคุณมีเวลาที่จะล้างรถด้วยตัวเองจะช่วยให้คุณสามารถ ดูแลรักษาผิวรถยนต์

ไม่ให้เกิดรอยได้อย่างดีที่สุด วันนี้เรามีคำแนะนำ การล้างรถยนต์ที่ถูกวิธีไปดูกัน

ขั้นตอนการเตรียมพร้อม

จอดรถในที่ร่ม ไม่ควรล้างรถกลางแดด  จอดรถยนต์ในที่ร่ม และที่สำคัญ ต้องไม่ล้างรถกลางแดด เพราะจะทำให้ผิวรถยนต์ ร้อนและแห้งเร็ว ซึ่งจะเกิดคราบน้ำบนผิวรถ

เตรียมอุปกรณ์ล้างรถ ดังนี้

ถังน้ำสำหรับใส่น้ำยาล้างรถและซักผ้าหรือล้างฟองน้ำ

ฟองน้ำ หรือ ผ้าล้างรถ

แปรงพลาสติกขัดสำหรับขัดยางรถ

ผ้าไมโครไฟเบอร์

เตรียมผสมน้ำยาล้างรถ

ผสมน้ำยาล้างรถกับน้ำเปล่าในปริมาณที่เหมาะสม และเตรียมถังน้ำเปล่าสำหรับล้างฟองน้ำให้พร้อม

ขั้นตอนการล้างรถอย่างถูกวิธี

ฉีดน้ำเพื่อขจัดคราบสกปรก การฉีดน้ำเพื่อขจัดคราบสกปรก ช่วยให้ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่อยู่บนผิวรถยนต์อ่อนตัวลงโดยฉีดน้ำทั้งคันไล่จากบนหลังคารถ ลงมาด้านข้างของรถ ล้างส่วนล้อรถยนต์ก่อน ล้อรถมักจะเป็นส่วนที่สกปรกที่สุด จึงควรจะล้างส่วนล้อรถยนต์ให้สะอาดก่อน  เพื่อที่สิ่งสกปรกจากล้อจะได้ไม่กระเด็นไปโดนส่วนผิวรถหากล้างล้อรถยนต์เป็นลำดับสุดท้าย ขณะที่กำลังล้างล้อรถยนต์ จะทำให้ผิวรถอาจจะแห้งเอง และจะทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวรถได้ เริ่มต้นล้างรถ จากบนหลังคารถ ลงมาด้านข้างของรถ  ก่อนจะเริ่มขัดผิวรถ ให้แช่ผ้าหรือฟองน้ำล้างรถในน้ำยาที่ผสมไว้แล้วก่อน แล้วค่อยนำมาขัดทำความสะอาดผิว ไม่ควรออกแรงขัดมากเกินไป เพราะจะทำให้รถยนต์เกิดรอยขีดข่วนหรือทำให้สีรถยนต์เสียหายได้ ล้างสิ่งสกปรกออกจากฟองน้ำ หรือผ้าที่ใช้ล้างรถบ่อยๆ ผ้าล้างรถไมโครไฟเบอร์ เป็นที่นิยมมากกว่าฟองน้ำ เนื่องจากโอกาสที่จะเกิด รอยขีดข่วน หรือ รอยขนแมวบนผิวรถ มีน้อยกว่า  เพราะฟองน้ำล้างรถอาจจะมีเศษฝุ่นเม็ดทรายเล็กๆ ติดอยู่ตามตามรูพรุนของฟองน้ำได้ ดังนั้นหากใช้ฟองน้ำ จะต้องล้างทำความสะอาดฟองน้ำบ่อยๆ

หลังจากล้างน้ำยาแต่ละส่วนเสร็จ ให้ฉีดน้ำล้างน้ำยาล้างรถออกให้หมด  ไม่ควรปล่อยให้น้ำยาล้างรถแห้งบนผิวรถ เพราะจะทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวรถควรทำแบบนี้ทุกครั้ง เมื่อล้างเสร็จทั้งคันแล้ว ให้ล้างน้ำเปล่าซ้ำอีกครั้ง  ควรให้รถเปียกทั้งคันขณะล้างรถ ขณะที่ล้างควรให้ผิวรถยนต์ทั้งคันเปียกน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดคราบน้ำบนผิวรถล้างช่วงล่างเป็นลำดับสุดท้าย  ล้างช่วงล่างเป็นลำดับสุดท้าย  เช็ดรถให้แห้งด้วย ผ้าไมโครไฟเบอร์ หลังจากล้างรถ ควรเช็ดทุกผิวรถให้แห้ง เพื่อป้องกันการเกิดสนิม

 

เทคนิคดูแลห้องน้ำ

แน่นอนว่าการทำความสะอาดบ้านเป็นอะไรที่บ้านใหนๆต้องใส่ใจอย่างแน่นอนแต่ก็ที่พลาดไม่ได้น่าจะเป็นห้องน้ำ ที่เราลงรายละเอียดกันวันนี้เราจึงจะมานำเสนอเทคนิคดูแลห้องน้ำ มาฝากกัน ไปดูกันเลย

อันดับแรกพื้นห้องน้ำใช้ผ้าเช็ดพื้นถูพื้นห้องน้ำให้หมาดหรือแห้งทุกครั้งหลังใช้งาน หรือเปิดประตูหน้าต่างห้องน้ำไว้ให้พื้นแห้ง เป็นการลดกลิ่น ป้องกันการหมักหมมได้ดี ถ้าหากร่องยาแนวมีสีดำขึ้น ให้ใช้น้ำเปล่า กับน้ำส้มสายชู ใส่ขวดสเปรย์แล้วฉีดทิ้งไว้ ใช้ฟองน้ำบิดน้ำหมาดๆ เช็ดอีกครั้ง

คราบหินปูนบนกระเบื้อง จัดการได้โดยใช้เกรียง ค่อยๆ แซะคราบหินปูนออกจนหมด แล้วเช็ดด้วยน้ำส้มสายชู หรือน้ำยาทำความสะอาดพื้น หากยังติดแน่น ลองใช้ผงคลอรีนที่ใช้ฆ่าเชื้อมาละลายน้ำเจือจาง ราดทิ้งไว้แล้วล้างออกแล้วลองขูดใหม่

ควรทำความสะอาดห้องน้ำทั้งพื้นและผนังเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ ครั้ง โดยเลือกใช้น้ำยาที่เหมาะสำหรับทำความสะอาดห้องน้ำ โดยที่ไม่ทำลายพื้นผิวของกระเบื้องหรือร่องยาแนว ผนังห้องน้ำหลังใช้ห้องน้ำทุกครั้ง ฉีดน้ำทำความสะอาดผนังก่อนทีคราบสบู่จะแห้งเป็นคราบฝังแน่น

แต่ถ้าเป็นคราบฝังแน่นหรือทำความสะอาดยากแล้ว ให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำ และใช้ผ้าชุบแล้วเช็ดผนังบริเวณที่มีคราบสบู่ ล้างด้วยน้ำสะอาด และใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้ง หากยาแนวสีขาวแล้วเกิดจุดดำ ให้ใช้ยาสีฟันสูตรไวท์เทนนิ่งกับแปรงสีฟันเก่าๆ มาขัดออก

ส่วนที่เป็นกระจกคราบจาก สบู่ แชมพูสระผม โฟมโกนหนวด ยาสีฟันจากการแปรงฟัน ผลิตภัณฑ์พวกนี้ แม้จะละลายน้ำง่าย แต่หากสกปรกควรรีบเช็ดด้วยผ้าก่อนจะแห้งติด หากสกปรกมากจนเช็ดด้วยน้ำธรรมดาไม่ออก ให้ใช้น้ำยาเช็ดกระจก และใช้กระดาษหนังสือพิ มพ์ขัดให้สะอาด

หากกระจกหมองจากละอองน้ำและคราบไขมัน ให้เอาน้ำสบู่ผสมกับน้ำส้มสายชู นำผ้านุ่มๆ ชุบแล้วบีบให้หมาด เช็ดถูเบาๆ หรือใช้แอลกอฮอล์ ผสมน้ำหรือใช้น้ำยาเช็ดกระจกเช็ดรอยคราบออก

ประตูกั้นห้องอาบน้ำที่ทำด้วยกระจกหรือพีวีซี มักมีรอยด่างดำจากคราบสบู่ แก้ไขได้โดยเช็ดด้วยน้ำยาเช็ดกระจก และเช็ดคราบน้ำออกด้วยฟองน้ำหลังอาบน้ำทุกครั้ง

เฟอร์นิเจอร์และชั้นเก็บของในห้องน้ำตู้เก็บของเปิดออกมาเช็ดด้วยผ้าหมาด ทุกซอกทุกมุม ดูแลให้สะอาดและแห้งเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

เช็ดขวดบรรจุภัณฑ์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง อย่าให้เป็นแหล่งอาหาร และที่อยู่ของแมลง โดยเฉพาะที่รองสบู่ต้องขัดล้างคราบสบู่เสมอไม่ให้เป็นคราบสะสม

ชั้นวางผ้า ที่แขวนผ้าเช็ดตัว เช็ดให้สะอาด และใช้สำหรับผ้าที่ซักแล้วมาวางเพื่อรอใช้เท่านั้น ไม่ควรตากผ้าทิ้งไว้ที่ชั้นวางผ้าในห้องน้ำ

หากโถสุขภัณฑ์เป็นคราบปัสสาวะฝังแน่น ให้กดน้ำชักโครติดต่อกัน 2-3 ครั้ง จากนั้นใช้น้ำยาซักผ้าขาวเข้มข้นเทลงไป ใช้แปรงขัดแล้วล้างออกด้วยน้ำอีกครั้ง คราบก็จะหายไป แต่หากเป็นคราบหินปูนฝังแน่น ใช้น้ำส้มสายชูราดให้ทั่วแทน

กลิ่นเป็นส่วนหนึ่งของห้องน้ำสะอาด ป้องกันและดับกลิ่นโถปัสสาวะง่ายๆ ด้วยสเปรย์ดับกลิ่นทำเอง สำหรับอ่างล้างหน้านำผ้าสะอาดชุบน้ำส้มสายชูเล็กน้อย ถูให้ทั่วบริเวณพื้นผิวของอ่าง แล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ จากนั้นค่อยล้างด้วยน้ำสะอาด

การทำความสะอาดที่ปลอดภัยต่ออ่างล้างหน้า ไม่ทำให้สีซีด หรือผุกร่อน ทำได้โดยนำผงบอแรกซ์ปริมาณครึ่งถ้วยเล็ก ผสมน้ำมะนาวครึ่งลูกคนให้เข้ากัน และนำฟองน้ำมาชุบส่วนผสม นำไปขัดให้ทั่วอ่าง อ่างล้างหน้าก็จะสะอาดหมดจด

อ่างอาบน้ำหลังอาบน้ำ ต้องเช็ดล้างคราบสบู่ทันที และล้างทำความสะอาดทุกครั้ง ถ้ามีคราบดำ ใช้สบู่ อย่างอ่อนกับฟองน้ำขัดล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง อย่าให้มีน้ำขังอยู่ในอ่าง เพราะคราบสบู่จะสะสมฝังแน่นอย่างรวดเร็ว

ดูแลการระบายน้ำอย่าให้อุดตัน ก๊อกน้ำดูเเลรักษาผิวเคลือบของก็อกน้ำ ควรทำความสะอาดบ่อยๆ เเละสม่ำเสมอ ตัวก๊อกควรใช้น้ำยารักษาผิวโครเมี่ยม ทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งเพื่อรักษาผิวให้เงางามอยู่เสมอ

คราบหมองบนก๊อกน้ำมักมาจากคราบไขมัน วิธีทำความสะอาดง่ายๆ เพียงเช็ดด้วยน้ำส้มสายชูที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ล้างคราบไขมัน ให้ก๊อกน้ำสะอาดมันวาวเหมือนใหม่แล้ว หรืออาจจะใช้มะนาวหั่นครึ่ง ค่อยๆ ถูก ก็จะได้กลิ่นสดชื่นเพิ่มขึ้นด้วย

ฝักบัวอาบน้ำทำความสะอาดหัวฝักบัวโดยผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำอุ่น โดยแช่ไว้ในถุงพลาสติกรัดปากถุงทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดเช็ดด้วยผ้าสะอาดให้แห้ง

สายฉีดชำระสายชำระเป็นจุดรวมเชื้อโรคและสกปรกที่สุด วิธีทำความสะอาดคือ ใช้สก๊อตไบรท์ขัดถูบริเวณ รูสายชำระ

ทำความสะอาดง่ายๆ ก่อนใช้งานทุกครั้ง โดยควรฉีดน้ำออกจากสายชำระก่อนสักเล็กน้อย จากนั้นจึงใช้กระดาษทิชชูเช็ดให้แห้งและฉีดน้ำอีกทีก่อนใช้งานตามปกติ

ห้องน้ำในบ้านสวยอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องสะอาดด้วยนะ หากมีเวลาจำกัดในเรื่องการทำความสะอาด ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ได้